เท่านั้น ไม่มีความสะดุ้งในเรื่องนี้ ก็ท่านทั้งหลายจะทำเราให้สะดุ้ง
หวาดเสียวได้อย่างไร.
สุวโปดกนั้นแสดงธรรมแก่พวกรากษสเหล่านั้น ด้วยคาถานี้
ด้วยประการอย่างนี้. พวกรากษสเหล่านั้นฟังธรรมของสุวโปดกนั้น
แล้ว มีจิตเลื่อมใสกล่าวว่า สุวโปตกนี้เป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม ใคร ๆ
ไม่อาจฆ่าให้ตาย พวกเราจงปล่อยสุวโปดกนั้นเสียเถิด ว่าแล้วก็ปล่อย
สุวโปดกพลางกล่าวว่า ดูก่อนสุวโปดกผู้เจริญ ท่านเป็นผู้พ้นภัยแล้ว
ท่านจงไปจากมือของพวกเราโดยความสวัสดีเถิด. สุวโปดกกล่าวว่า
ท่านทั้งหลายอย่าได้กระทำการมาของข้าพเจ้าให้เปล่าประโยชน์เลย
จงให้ผลมะม่วงแก่ข้าพเจ้าสักผลหนึ่ง. รากษสทั้งหลายกล่าวว่า. ดูก่อน
สุวโปดก ชื่อว่าการให้ผลมะม่วงผลหนึ่งแก่ท่าน หาได้เป็นภาระหน้าที่
ของพวกเรา ด้วยว่ามะม่วงบนต้นนี้ ท้าวเวสวัณมานับไว้ ๆ เมื่อ
ขาดหายไม่มีแม้แต่ผลเดียว ชีวิตของพวกเราก็จะไม่มี เพราะเมื่อท้าว
เวสวัณโกรธแลดูคราวเดียว พวกเราก็จะเป็นเหมือนเมล็ดงาที่ใส่ลง
ในกระเบื้องอันร้อน กุมภัณฑ์ทั้งพันตนก็จะแตกละเอียดกระจายไป
ด้วยเหตุนั้น พวกเราจึงไม่อาจให้แก่ท่าน แต่พวกเราจักบอกสถานที่
ที่พอจะหาได้. สุวโปดกกล่าวว่า คนใดคนหนึ่งผู้สามารถจะให้ได้
ท่านทั้งหลายจงบอกสถานที่ที่ได้เถิด. รากษสเหล่านั้นจึงบอกว่า ใน
ระหว่างตาข่ายแห่งกาญจนบรรพตนี้ มีดาบสชื่อโชติรสท่านบูชาไฟ
อยู่ในบรรณศาลาชื่อว่ากาญจนปันตี ท่านเป็นกุลุปกะ คือนักบวช