ในบทเหล่านั้น บทว่า ตฺวเมวทานิมกริ ความว่า ข้าแต่
ท่านผู้เป็นอัยยบุตร พระองค์นั้นแหละ ละหม่อมฉันติดตามนางกินรี
ได้ทำเหตุนี้ในบัดนี้. บทว่า ยํ กาโม พฺยคมา ตยิ ท่านแสดงความ
ว่า ซึ่งเหตุที่ทำให้ความรักของเราในตัวท่านได้ไปแล้ว คือละได้
ด้วยวิกขัมภนปหาน เราถึงความพิเศษอันนี้ก็เพราะละความรัก
ได้แล้ว บทว่า โสยํ อปฺปฏิสนฺธิโก ความว่า ก็ความรักอันนั้น
จะกลับมาติดต่ออีกไม่ได้ คือไม่สามารถจะต่อได้ในบัดนี้. บทว่า
ขรา ฉินฺนํว เรนุกํ ความว่า เปรียบเหมือนงาช้างที่ถูกเลื่อย
ตัดขาดเสียแล้ว จะต่อติดอีกไม่ได้ คือจะเชื่อมให้สนิทเหมือนเดิม
อีกไม่ได้ฉันใด อันการจะประสานจิตของเรากับท่านอีกย่อม
มีไม่ได้ฉันนั้น. ครั้นนางกล่าวฉะนี้แล้ว ได้เหาะไปในที่อื่น ทั้ง ๆ
ที่พรหมทัตกุมารนั้นแลดูอยู่นั่นเอง.
พรหมทัตกุมาร ครั้นนางไปแล้วก็คร่ำครวญกล่าวคาถา
ที่ ๒ ว่า :-
บุคคลผู้ปรารถนาเกินส่วนย่อมปราศจาก
ประโยชน์ เพราะโลภเกินประมาณ และเพราะ
ความเมาอันเกิดจากความโลภเกินประมาณ
เหมือนเราเสื่อมจากนางอสิตาภู ฉะนั้น.
ในบทเหล่านั้น บทว่า อตฺริจฺฉา ความว่า ทะยานอยาก
หาที่สุดมิได้ กล่าวคือความปรารถนาในสิ่งนั้น ๆ เรียกว่าความ
แส่หา ความโลภที่เป็นไปเกิน เรียกว่า ความโลภจัด. บทว่า