แต่ก่อนมามะม่วงต้นนี้บริบูรณ์ด้วย
กลิ่น และรส ได้รับการบำรุงอยู่แต่เดิม เหตุไร
จึงมีผลขมไปได้.
ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์เมื่อจะทูลแจ้งเหตุของมะม่วงนั้น
จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
ข้าแต่พระเจ้าทธิวาหนะ มะม่วงของ
พระองค์ มีต้นสะเดาล้อมอยู่ รากต่อรากเกี่ยว
พันกัน กิ่งต่อกิ่งเกี่ยวประสานกัน เหตุที่อยู่ร่วม
กันกับต้นสะเดาที่มีรสขม มะม่วงจึงมีรสขม
ไปด้วย.
บทว่า ปุจิมนฺทปริวาโร แปลว่า ล้อมด้วยต้นสะเดา. บทว่า
สาขา สาขํ นิเวสเร คือกิ่งสะเดาพาดกิ่งมะม่วง. บทว่า
อสาตสนฺนิวาเสน ได้แก่ เพราะพาดกับต้นสะเดาอันมีรสขม.
บทว่า เตน อธิบายว่า เพราะเหตุนั้น มะม่วงนี้จึงมีรสเฝื่อน
มีรสปร่า มีรสขม.
พระราชาทรงสดับคำของพระโพธิสัตว์แล้ว รับสั่งให้
ตัดต้นสะเดาและเถาบรเพ็ดเสีย ให้ถอนรากขึ้นขนดินที่เสียรส
ไปทิ้ง ใส่แต่ดินมีรสดี ให้บำรุงต้นมะม่วงด้วยน้ำนมน้ำตาลกรวด
และน้ำหอม. เพราะปนกับรสดี มันจึงกลายเป็นต้นไม้มีรสหวาน
อย่างเดิม. พระราชาทรงมอบพระอุทยานแก่คนเฝ้าสวนคนเดิม
ทรงดำรงอยู่ตลอดพระชนม์แล้วเสด็จไปตามยถากรรม.