ไม่รู้สึก.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยํ เป็นเพียงนิบาต. บทว่า น
เป็นนามัตถนิบาต. อธิบายว่า ขึ้นชื่อว่าแร้งย่อมมองเห็นซากศพ
ซึ่งตั้งอยู่เกินร้อยโยชน์. บทว่า อาสชฺชาปิ แปลว่า เข้าใกล้
คือ มาถึง. พระราชาตรัสถามว่า เจ้าแม้มาถึงข่ายและบ่วงที่
เขาดักไว้จับตัว เพราะเหตุไร จึงไม่รู้สึกเล่า.
พญาแร้งสดับพระราชดำรัสแล้ว จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
ความเสื่อมจะมีในเวลาใด สัตว์ใกล้จะ
สิ้นชีวิตในเวลาใด ในเวลานั้นถึงจะมาใกล้ข่าย
และบ่วง ก็รู้ไม่ได้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปราภโว คือ ความพินาศ.
บทว่า โปโส คือสัตว์.
พระราชาครั้นทรงสดับคำของแร้งแล้ว จึงตรัสถาม
เศรษฐีว่า ดูก่อนมหาเศรษฐี แร้งทั้งหลายนำผ้าเป็นต้นมาที่
เรือนของท่านจริงหรือ. กราบทูลว่า จริงพระเจ้าข้า. ตรัสถาม
ว่า ผ้าเป็นต้นเหล่านั้นอยู่ที่ไหน. กราบทูลว่า ขอเดชะข้าพระ-
พุทธเจ้าจัดผ้าเหล่านั้นไว้เป็นส่วน ๆ ข้าพระพุทธเจ้าจะให้แก่
ผู้ที่เป็นเจ้าของ ขอพระองค์ได้โปรดทรงปล่อยแร้งตัวนี้เถิด
พระเจ้าข้า. มหาเศรษฐีกราบทูลให้ปล่อยพญาแร้ง แล้วคืน
สิ่งของให้แก่ทุกคน.