เรือน ๗ ชั้น มีซุ้มประตู ๗ แห่ง และที่ซุ้มประตูทุกแห่งมีหญิง
รักษาทั้งนั้น ชายอื่นเว้นแต่ท่านพราหมณ์ ไม่มีผู้ใดจะได้เข้าไป
สู่เรือนเลย แม้ตะกร้าทิ้งขยะ ก็ต้องเป็นหญิงเข้าไปชำระทั้งนั้น
ปุโรหิตคนหนึ่ง หญิงบำเรอของมาณวิกานั้นคนหนึ่ง เท่านั้น
ที่ได้เห็นมาณวิกานั้น ครั้งนั้นหญิงบำเรอของมาณวิกา ถือเอา
ทรัพย์อันเป็นมูลค่าสำหรับซื้อเครื่องหอมและดอกไม้เดินไป
เวลาไปก็เดินผ่านไปใกล้ ๆ ร้านของนักเลงนั้น เขารู้เป็นอย่างดี
ว่า หญิงคนนี้ เป็นหญิงบำเรอของมาณวิกา วันหนึ่งพอเห็น
นางเดินมา ก็ลุกขึ้นจากร้าน ถลันไปฟุบที่ใกล้เท้านาง กอดเท้า
ทั้งคู่ไว้แน่น ด้วยแขนทั้งสองข้าง พลางร่ำไห้ปริเวทนาว่า แม่จ๋า
แม่ไปไหนเสียเล่า ตลอดเวลานานประมาณเท่านี้ ? พวกนักเลง
ที่ซ้อมกันไว้ แม้ที่เหลือยืนอยู่ข้างหนึ่ง ก็พากันพูดว่า แม่กับลูก
ดูละม้ายกันโดยสัณฐาน ของมือเท้าและใบหน้า และอากัปกิริยา
ดูเหมือนกับคน ๆ เดียวกัน. หญิงนั้น เมื่อคนพวกนั้นช่วยกันพูด
ก็เชื่อแน่แก่ตน เข้าใจว่า บุรุษนี้เป็นลูกของเราแน่นอน แม้ตนเอง
ก็พลอยร้องไห้ไปด้วย. คนแม้ทั้งสอง ต่างยืนกอดกันร้องไห้.
คราวนั้น นักเลงจึงกล่าวว่า แม่จ๋า แม่อยู่ที่ไหน ? นาง
ตอบว่า พ่อคุณ แม่บำรุงหญิงสาวของท่านปุโรหิต ผู้มีลีลา
เยื้องกรายเสมอด้วยกินรี มีรูปงามเป็นเลิศอยู่จ๊ะ. เขาถามต่อไป
ว่า บัดนี้ แม่กำลังจะไปไหนต่อละจ๊ะ ? นางบอกว่า แม่กำลัง
จะไปหาซื้อของหอม และพวงมาลาให้นายสาว. เขากล่าวว่า