ไม่ทรงใส่พระทัยถึงข้อแม้นั้น โดยประการที่ทรงน้อมไปในธรรมเครื่องสิ้นไป
แห่งอุปธิอันยอดเยี่ยม. ส่วนอาจารย์บางพวกกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า
ครั้นทรงเห็นธิดามารเหล่านั้นเข้ามาหาโดย ภาวะเป็นหญิงผู้ใหญ่จึงทรงอธิษ-
ฐานว่า หญิงเหล่านี้จงเป็นผู้มีฟันหัก ผมหงอกอย่างนี้ ๆ. คำของเกจิอาจารย์
นั้น ไม่ควรเชื่อถือ. เพราะพระศาสดาจะไม่ทรงกระทำการอธิษฐานเห็นปาน
นั้น. ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า พวกท่านจงหลีกไป พวกท่านผู้เช่นไร
จึงพากันพยายามอย่างนี้ ชื่อว่ากรรมเห็นปานนี้ควรกระทำเบื้องหน้าของตนผู้
ยังไม่ปราศจากราคะเป็นต้น แต่ตถาคตละราคะ โทสะ โมหะได้แล้ว จึง
ทรงพระปรารภถึงการละกิเลสของพระองค์. ทรงแสดงธรรมตรัสพระคาถา ๒
คาถาในพระธรรมบท พุทธวรรค๑ ดังนี้ว่า
ความชนะอันผู้ใดชนะแล้วไม่กลับแพ้อันใคร ๆ จะ
นำความชนะของผู้นั้นไปในโลกได้ ท่านทั้งหลายจักนำ
พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้มีอารมณ์ไม่มีที่สุด ผู้ไม่มี
ร่องรอยไปด้วยร่องรอยอะไร. พระพุทธเจ้าพระองค์ใด
ไม่มีตัณหาอันเป็นดุจข่ายส่ายไปในอารมณ์ต่าง ๆ เพื่อ
จะนำไปในที่ไหน ๆ ท่านทั้งหลายจักนำพระพุทธเจ้า
พระองค์นั้นผู้มีอารมณ์ไม่มีที่สุด ผู้ไม่มีร่องรอย ไป
ด้วยร่องรอยอะไร.
ธิดามารเหล่านั้นกล่าวคำเป็นต้นว่า นัยว่า บิดาของพวกเราพูดจริง
พระอรหันต์สุคตเจ้าเป็นผู้ที่จะนำไปไม่ได้ง่าย ๆ ในโลกด้วยราคะ แล้วได้พากัน
ไปยังสำนักของบิดา.
๑. ขุ. ๒๕/ข้อ ๒๔