ทรงปิดห้องอันมีสิริ บนปราสาทที่ประทับอยู่ของพระองค์ อธิบายว่า ทรงปิด
พระทวารของห้องนั้น. บทว่า ปฐมชฺฌานํ สมาปชฺชิ ความว่าทรงวางพระ-
เกศาของพระองค์ที่ทรงเอาพระขรรค์ตัดไว้เบื้องพระพักตร์ ทรงดำเนินการ
มนสิการความเป็นของปฏิกูลในพระเกศานั้น ทรงเข้าปฐมฌานที่เกิดขึ้นในนิมิต
ตามที่ปรากฏอยู่ ให้ถึงความชำนาญ.
อธิบายว่า พระนางสุเมธานั้นทรงเข้าฌานอยู่ในปราสาทนั้น. บทว่า
อนิจฺจสญฺญํ สุภาเวติ ความว่า ทรงออกจากฌานแล้วทรงเริ่มวิปัสสนาทำฌาน
ให้เป็นบาท ทรงเจริญด้วยดีซึ่งอนิจจานุปัสสนา โดยนัยเป็นต้นว่า รูปอย่างใด
อย่างหนึ่ง. ด้วยอนิจจสัญญาศัพท์ในคำว่า อนิจฺจสญฺญํ ภาเวติ นี้ พึงทราบ
ว่า เป็นอันท่านถือเอาทุกขสัญญาเป็นต้นด้วย.
บทว่า มณิกนกภูสิตงฺโค ได้แก่ ประดับพระองค์ด้วยเครื่องอลังการ
คือพวงมาลัยทอง ที่วิจิตรด้วยแก้วมณี.
คำว่า รชฺเช อาณา เป็นต้น เป็นคำแสดงอาการที่ทรงวอนขอ. บรรดา
บทเหล่านั้น บทว่า อาณา ได้แก่ ความเป็นอธิบดี. บทว่า อิสฺสริยํ ได้แก่
ยศคือสมบัติความเจริญ. บทว่า โภคา สุขา ได้แก่ เครื่องอุปโภคที่เป็นกาม
อันน่าปรารถนา น่าพอใจ. บทว่า ทหริกาสิ ได้แก่ พระน้องนางก็เป็นสาว
รุ่นแล้ว.
บทว่า นิสฺสฏฺฐํ เต รชฺชํ ความว่า ราชกิจหมดทั้ง ๓ โยชน์ของพี่
สละถวายพระน้องนางแล้ว ขอพระน้องนางโปรดทรงปฏิบัติราชกิจนั้น บริโภค
โภคะทั้งหลายเถิด ขออย่าทรงเสียพระทัยว่า พระราชาพระองค์นี้เชิญชวนเรา
ด้วยกามทั้งหลายเลย. บทว่า เทหิ ทานานิ ความว่า โปรดทรงดำเนินการ
ถวายทานเป็นอันมากในสมณพราหมณ์ทั้งหลายตามชอบพระทัยเถิด พระชนก
ชนนีของพระน้องนาง ทรงเป็นทุกข์ ทรงโทมนัส ทรงสดับความประสงค์ใน