ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา เล่ม ๒ ภาค ๔ – หน้าที่ 497 (เล่ม 54)

ท้าวเธอมีพระราชธิดา ๗ พระองค์ พระราชธิดา
เหล่านั้นเสวยสุข ยินดีในการบำรุงพระพุทธเจ้า พากัน
ประพฤติพรหมจรรย์.
ข้าพเจ้าเป็นสหายของพระราชธิดาเหล่านั้น ตั้ง
อยู่ในศีล ถวายทานทั้งหลายด้วยความเคารพ ประพฤติ
วัตรถูกต้องในการครองเรือน.
ด้วยกรรมที่ทำมาดีและด้วยการตั้งใจชอบ ข้าพ-
เจ้าละกายมนุษย์แล้ว ก็เขาถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จุติ
จากดาวดึงส์ ก็เข้าถึงสวรรค์ชั้นยามา จากชั้นยามาก็
เข้าถึงชั้นดุสิต จากดุสิต ก็เข้าถึงสวรรค์ชั้นนิมมานรดี
จากนิมมานรดี ก็เข้าถึงสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตดี.
ข้าพเจ้าพรั่งพร้อมด้วยบุญกรรม เกิดในภพใด ๆ
ก็ครองความเป็นอัครมเหสี ของพระราชาทั้งหลายใน
ภพนั้น ๆ จุติจากภพนั้น ๆ แล้ว ในอัตภาพเป็นมนุษย์ ก็
ครองความเป็นอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ และ
ของพระเจ้ามณฑลประเทศ.
ข้าพเจ้าเสวยสมบัติในเทวดาและมนุษย์ มีสุข
ในภพทุกภพ ท่องเที่ยวไปในชาติเป็นอันมาก.
นั้นเป็นเหตุ นั้นเป็นแดนเกิด นั้นเป็นมูล นั้น
เป็นความอดทนในการเพ่งธรรมในพระศาสนา นั้นเป็น
ที่รวมบุญครั้งแรก นั้นเป็นความดับทุกข์สำหรับข้าพ-
เจ้าผู้ยินดีในธรรม.

497
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา เล่ม ๒ ภาค ๔ – หน้าที่ 498 (เล่ม 54)

กิเลสทั้งหลาย ข้าพเจ้าก็เผาเสียแล้ว ภพทั้งหมด
ข้าพเจ้าก็ถอนแล้ว ข้าพเจ้าตัดเครื่องล่ามดังพระยาคช-
สารตัดเครื่องผูกฉะนั้น ไม่มีอาสวะอยู่.
ข้าพเจ้ามาดีแล้ว ในสำนักพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ
สุด วิชชา ๓ ข้าพเจ้าก็บรรลุแล้ว คำสั่งสอนของ
พระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ทำเสร็จแล้ว.
ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้า
ก็ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้า
ก็ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ก็ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว พระสุเมธาเถรีพิจารณาทบทวน ข้อ
ปฏิบัติประวัติความเป็นมาของตน จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้เป็นอุทานว่า
ข้าพเจ้าเป็นธิดาของพระอัครมเหสีของพระเจ้า-
โกญจะกรุงมันตาวดี ชื่อว่าสุเมธา อันพระอริยะทั้ง
หลายผู้ทำตามคำสั่งสอนทำให้เลื่อมใสแล้ว พระนาง
สุเมธามศีล กล่าวธรรมได้วิจิตร เป็นพหูสูต ถูกแนะ
นำในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เข้าเฝ้าพระชนก-
ชนนีแล้ว กราบทูลให้ทั้งสองพระองค์โปรดตั้งพระทัย
สดับคำของตนว่า
ลูกยินดีอย่างยิ่งในพระนิพพาน ภพถึงแม้ว่าจะ
เป็นทิพย์ ก็ไม่ยั่งยืน จะป่วยกล่าวไปไยถึงกามทั้ง
หลาย ซึ่งเป็นของว่างเปล่า อร่อยน้อย คับแค้นมาก
กามทั้งหลาย เผ็ดร้อน เปรียบด้วยงูพิษ ที่พวก
คนเขลาพากันจมดักดาน คนเขลาเหล่านั้น แออัดกัน
ในนรก ต้องเดือดร้อนเป็นทุกข์เป็นเวลาช้านาน.

498
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา เล่ม ๒ ภาค ๔ – หน้าที่ 499 (เล่ม 54)

พวกคนเขลา ผู้ไม่สำรวมกายวาจาใจ ทำกรรม
ที่เป็นบาป พอกพูนแต่บาป ย่อมเศร้าโศกในอบายทุก
เมื่อ.
คนเขลาเหล่านั้น ไม่มีปัญญา ไม่มีเจตนา ถูก
ทุกขสมุทัยปิดไว้ เมื่อไม่รู้อริยธรรมที่ท่านแสดง ก็ไม่
ตรัสรู้อริยสัจ.
ทูลกระหม่อมแม่เพคะ คนเขลาเหล่าใด เมื่อ
ไม่รู้สัจจะทั้งหลาย ที่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐทรง
แสดงแล้ว ยังชื่นชมภพ กระหยิ่มการเกิดในหมู่เทพ
ทั้งหลาย คนเขลาเหล่านั้น มีจำนวนมากกว่าเพคะ.
เมื่อภพไม่เที่ยง ความเกิดในหมู่เทพทั้งหลาย
ก็ไม่ยั่งยืน พวกคนเขลา ย่อมไม่หวาดสะดุ้งต่อคนที่
ต้องเกิดบ่อย ๆ.
อบาย ๔ สัตว์ทั้งหลายย่อมได้กันสะดวก ส่วน
คติ ๒ ได้กันลำบาก ในนรกของเหล่าสัตว์ที่เข้าถึง
อบาย ไม่มีการบวชดอกเพคะ.
ขอพระชนกชนนีทั้งสองพระองค์ โปรดทรง
อนุญาตให้ลูกบวชในธรรมวินัยของพระทศพลเถิด ลูก
จักขวนขวายน้อย พากเพียรเพื่อละชาติและมรณะ.
จะมีประโยชน์อะไรด้วยโทษคือกายที่ไร้สาระใน
ภพ ซึ่งพวกคนเขลาชื่นชมนักหนา ขอทรงโปรด
อนุญาตเถิด ลูกจักบวชเพื่อดับภวตัณหา ความอยาก
ในภพ.

499
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา เล่ม ๒ ภาค ๔ – หน้าที่ 500 (เล่ม 54)

ความอุบัติของพระพุทธะทั้งหลาย ลูกได้แล้ว
อขณะก็เว้นไปแล้ว ขณะลูกก็ได้แล้วลูกจะไม่ประทุษ-
ร้าย ศีลและพรหมจรรย์ตลอดชีวิต.
พระนางสุเมธากราบทูลพระชนกชนนีอย่างนี้ว่า
ลูกยังเป็นคฤหัสถ์ จักไม่เสวยอาหาร จักยอมตายเพคะ
พระชนนีเป็นทุกข์ทรงกันแสง พระชนกของ
พระนางสุเมธานั้น พระอัสสุชลก็นองทั่วทั้งพระพักตร์
ทั้งสองพระองค์ทรงพากเพียรเกลี้ยกล่อมพระนาง
สุเมธา ซึ่งฟุบลงที่พื้นปราสาทว่า.
ลูกเอ๋ยลุกขึ้นเถิด จะเศร้าโศกไปทำไม พ่อยก
ลูกให้ที่กรุงวารณวดีแล้วนะ พระเจ้าอันกรัตตะทรงงาม
สง่า พ่อยกลูกถวายพระองค์แล้ว.
ลูกจักเป็นเอกอัครมเหสีของพระเจ้าอันกรัตตะ
ศีล พรหมจรรย์ บรรพชา ทำได้ยากนะลูกนะ.
อำนาจ ทรัพย์ ความเป็นใหญ่ โภคะ สุขในราช-
สมบัติ ทั้งลูกก็ยังเป็นสาว จงบริโภคถามเถิด ลูกจง
วิวาหะเสียเถิด นะลูกนะ.
พระนางสุเมธากราบทูลพระชนกชนนีนั้นว่า
อำนาจเป็นต้นเช่นนี้ อย่ามีมาเลย เพราะภพหาสาระ
มิได้ การบวชหรือความตายเท่านั้นจักมีแก่ลูก ลูกไม่
ยอมวิวาหะแน่แท้.
กายอันเน่าเหมือนหนอน ไม่สะอาด กลิ่นเหม็น
คลุ้งไป น่าสะพรึงกลัว ดุจถุงหนังบรรจุซากศพ เต็ม

500
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา เล่ม ๒ ภาค ๔ – หน้าที่ 501 (เล่ม 54)

ด้วยของไม่สะอาด ไหลออกอยู่เป็นนิตย์ อันคนเขลา
ยึดถืออยู่.
ลูกรู้จักซากศพนั้นเป็นเหมือนอะไร เป็นเหมือน
ของปฏิกูล ฉาบด้วยเนื้อและเลือด เป็นที่อยู่ของลูก
หลานหนอน เป็นอาหารของแร้งกา ทำไมทูลกระ-
หม่อมจึงพระราชทานกเฬวระซากศพ แก่พระราชา
พระองค์นั้นเล่า.
ไม่ช้า ร่างกาย ที่ปราศจากวิญญาณอันหมู่ญาติ
ผู้เกลียดทอดทิ้งไปเหมือนท่อนไม้ เขาก็นำไปป่าช้า.
บิดามารดาของตนยังเกลียด ครั้นเอาซากศพนั้น
ไปทิ้งให้เป็นอาหารสัตว์อื่นในป่าช้าแล้ว กลับมาก็
ต้องอาบน้ำดำเกล้า จะป่วยกล่าวไปไยถึงหมู่ชนทั่ว ๆ
ไปเล่า.
หมู่ชน ยึดถืออยู่ในซากศพที่ไม่มีแก่นสาร เป็น
ร่างของกระดูกและเอ็น เป็นกายอันเน่าเต็มไปด้วยน้ำ
น้ำตา และอุจจาระ.
ผู้ใด พึงชำแหละร่างกายนั้น เอาข้างในมาไว้
ข้างนอก ก็จะทนกลิ่นเหม็นของร่างกายนั้นไม่ได้ แม้
แต่มารดาของตน ก็ยังเกลียด.
บัณฑิตทั้งหลาย เลือกเฟ้นโดยอุบายแยบคายว่า
ขันธ์ ธาตุ อายตนะ อันปัจจัยปรุงแต่งแล้วเป็นทุกข์
ที่มีชาติเป็นมูล ทำไมลูกยังจะปรารถนาวิวาหะเล่า
เพคะ.

501
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา เล่ม ๒ ภาค ๔ – หน้าที่ 502 (เล่ม 54)

หอก ๓๐๐ เล่ม ใหม่เอี่ยม จะพึงตกต้องที่กาย
ทุก ๆ วัน ทิ่มแทงอยู่ถึง ๑๐๐ ปี ยังประเสริฐกว่า
หากว่าความสิ้นทุกข์ จะพึงมีได้ด้วยอาการอย่างนี้
ชนใดรู้คำสั่งสอนของพระศาสดาอย่างนี้ พึง
ยอมรับการทิ่มแทง [ดังกล่าว] สังสารวัฏ ย่อมยืด
ยาว สำหรับชนเหล่านั้น ซึ่งเดือดร้อนอยู่ร่ำไป.
ในเทวดา มนุษย์ ในกำเนิดสัตว์เดียรฉาน หมู่
อสุรกาย เปรต และนรก การทำร้ายกันยังปรากฏอยู่
หาประมาณมิได้.
สำหรับสัตว์อยู่ในอบายที่กำลังถูกเบียดเบียน ยังมี
การทำร้ายกันเป็นอันมากในนรก แม้ในเทวดาทั้ง
หลาย ก็ช่วยไม่ได้ สุขนอกจากสุขคือพระนิพพาน
ไม่มีเลย.
ชนเหล่าใด ประกอบอยู่ในธรรมวินัยของพระ-
ทศพล ขวนขวายน้อย พากเพียรเพื่อละชาติมรณะ
ชนเหล่านั้น ก็ถึงพระนิพพาน.
ทูลกระหย่อมพ่อเพคะ วันนี้นี่แหละลูกจักออก
บวช ประโยชน์อะไรด้วยโภคะทั้งหลายที่ไม่มีแก่นสาร
กามทั้งหลายลูกเบื่อหน่ายแล้ว ลูกทำให้เสมอด้วยของ
ที่คายแล้ว [รากสุนัข] ให้เหมือนตาลยอดด้วนแล้ว.
พระนางสุเมธานั้น กราบทูลพระชนกอย่างนี้
พระเจ้าอนิกรัตตะ ผู้ที่ได้รับพระราชทานพระนาง-
สุเมธานั้น ทรงแวดล้อมด้วยราชบริพารหนุ่ม ก็เสด็จ
เข้าสู่วิวาหะเมื่อเวลากระชั้นชิด.

502
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา เล่ม ๒ ภาค ๔ – หน้าที่ 503 (เล่ม 54)

ภายหลัง พระนางสุเมธาทรงทราบว่าพระเจ้า
อนิกรัตตะเสด็จมา จึงใช้พระขรรค์ตัดพระเกศาอันดำ
สนิทที่รวบไว้ อ่อนสลวย ทรงปิดปราสาทเข้าปฐม-
ฌาน.
พระนางสุเมธานั้นเข้าฌานอยู่ในปราสาทนั้น
พระเจ้าอนิกรัตตะก็เสด็จถึงพระนคร พระนางสุเมธา
ทรงเจริญอสุภสัญญาอยู่ในปราสาท.
พระนางสุเมธานั้น กำลังมนสิการ พระเจ้า
อนิกรัตตะทรงแต่งพระองค์ด้วยมณีและทอง ก็รีบ
เสด็จขึ้นปราสาท ทรงประคองอัญชลี ทูลวอนพระ-
นางสุเมธาว่า
อำนาจ ทรัพย์ อิสริยะ โภคะ สุข ในราชสมบัติ
ขอมอบถวาย พระน้องนางก็ยังสาวอยู่ ขอเชิญบริโภค
กามสมบัติ กามสุขหาได้ยากในโลกนะพระน้องนาง.
ราชสมบัติพี่สละให้พระน้องนางแล้ว ขอพระ
น้องนางโปรดบริโภคโภคะ ถวายทานทั้งหลายเถิด
พระน้องนางอย่าเสียพระทัยเลย พระชนกชนนีของ
พระน้องนางทรงเป็นทุกข์.
เพราะเหตุนั้น พระนางสุเมธา ผู้ไม่ต้องการด้วย
กามทั้งหลายทรงปราศจากโมหะแล้ว จึงทูลพระเจ้า
อนิกรัตตะว่า อย่าทรงเพลิดเพลินกามเลย โปรดทรง
เห็นโทษในกามทั้งหลายเถิดเพคะ.

503
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา เล่ม ๒ ภาค ๔ – หน้าที่ 504 (เล่ม 54)

พระเจ้ามันธาตุราช เจ้าทวีปทั้ง ๔ ทรงเป็นยอด
ของผู้บริโภคกามทั้งหลาย ยังไม่ทันทรงอิ่ม ก็เสด็จ
สวรรคตไปแล้ว ความปรารถนาของข้าพเจ้าก็ยังไม่
เต็ม.
เทวดาแห่งฝนพึงหลั่งรัตนะ ๗ ประการให้ตกลง
มา โดยรอบทั้ง ๑๐ ทิศ ความอิ่มด้วยกามทั้งหลาย
ก็ไม่มี นรชนทั้งหลายทั้งที่ยังไม่อิ่ม ก็พากันตายไป.
กามทั้งหลาย เปรียบด้วยดาบและหลาว เปรียบ
ด้วยหัวงูเห่า เปรียบด้วยคบเพลิง ตามเผาอยู่ เปรียบ
ด้วยร่างกระดูก.
กามทั้งหลาย ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน มีทุกข์มาก มี
พิษมาก เป็นมูลแห่งทุกข์ มีทุกข์เป็นผล เหมือนก้อน
เหล็ก ที่ร้อนโชน.
กามทั้งหลาย เปรียบด้วยผลไม้ เปรียบด้วยชิ้น
เนื้อเป็นทุกข์ กามทั้งหลายเปรียบด้วยความฝัน หลอก
ลวง เปรียบด้วยของที่ขอยืมเขามา.
กามทั้งหลาย เปรียบด้วยหอกหลาว เป็น
หัวฝี เป็นทุกข์ เป็นความลำบาก เสมือนหลุมถ่าน
เพลิง เป็นมูลแห่งทุกข์ เป็นภัย เป็นเพชฌฆาต [ผู้ฆ่า]
กามทั้งหลาย มีทุกข์มากดังกล่าวมานี้ บัณฑิต
ทั้งหลายจึงกล่าวว่า ทำอันตราย เชิญเสด็จกลับไปเสีย
เถิด หม่อมฉันไม่พิศวาสในความมีโชคของพระองค์
ดอกเพคะ.

504
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา เล่ม ๒ ภาค ๔ – หน้าที่ 505 (เล่ม 54)

เมื่อไฟกำลังไหม้ศีรษะของหม่อมฉันอยู่ คนอื่น
จะช่วยอะไรหม่อนฉันได้ เมื่อชราและมรณะติดตาม
อยู่ ก็ควรที่จะพยายามทำลายชรามรณะนั้นเสีย.
ข้าพเจ้า เห็นพระชนกชนนี และพระเจ้าอนิก-
รัตตะเสด็จยังไม่ทันถึงพระทวาร ก็ประทับนั่งที่พื้น
ดิน ทรงพระกันแสง จึงกราบทูลดังนี้ว่า สังสารวัฏ
ยืดยาว สำหรับเหล่าคนเขลาที่ร้องไห้บ่อย ๆ เพราะ
บิดาตาย พี่ชายถูกฆ่า เพราะตัวเองถูกฆ่า ในสังสาร-
วัฏที่มีเงื่อนต้นเงื่อนปลาย ตามไปไม่รู้แล้ว.
โปรดทรงระลึกถึงสังสารวัฏ ที่ประกอบด้วย
น้ำตา น้ำนม และนำเลือด โดยความเป็นสังสารวัฏที่
เงือนต้นเงื่อนปลายตามไปไม่รู้แล้ว โปรดทรงระลึก
ถึงกองกระดูกทั้งหลายของเหล่าสัตว์ที่ท่องเที่ยวอยู่
โปรดทรงระลึกถึงมหาสมุทรทั้ง ๔ ในน้ำตา น้ำ
นม และนำเลือด ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงน้อมนำ
มาเปรียบเทียบ โปรดทรงระลึกถึงกองกระดูกในกัป
หนึ่ง ที่เทียบเท่ากับภูเขาวิปุลบรรพต.
โปรดทรงระลึกถึงแผ่นดินชมพูทวีป ที่พระผู้มี
พระภาคเจ้าทรงนำมาเปรียบเทียบสังสารวัฏ ของสัตว์
ที่ท่องเที่ยวอยู่ในสังสารวัฏ แผ่นดินทั้งหลายทำเป็น
ก้อนขนาดเมล็ดพุทรา ก็มากไม่พอกับจำนวนแม่และ
ยายทั้งหลาย.

505
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา เล่ม ๒ ภาค ๔ – หน้าที่ 506 (เล่ม 54)

โปรดทรงระลึกถึงหญ้า ไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ ที่พระผู้
มีพระภาคเจ้าทรงนำมาเปรียบเทียบ เพราะสังสารวัฏมี
เงื่อนต้นเงื่อนปลายที่ตามไปไม่รู้แล้ว ท่อนไม้ทั้งหลาย
มีขนาด ๔ องคุลี ก็มากไม่เท่ากับจำนวนบิดาและปู่
ทั้งหลาย.
โปรดทรงระลึกถึงเต่าตาบอด และช่องแอก อัน
หมุนไปทิศบูรพา และทิศอื่น ๆ อีกในมหาสมุทร มา
สวมหัวเต่าตาบอดตัวนั้น เปรียบเทียบในการได้อัต-
ภาพเป็นมนุษย์.
โปรดทรงระลึกถึงโทษคือกาย ที่ไม่มีแก่นสาร
เปรียบด้วยก้อนฟองน้ำ โปรดเห็นขันธ์ทั้งหลาย
ไม่เที่ยง โปรดทรงระลึกถึงนรกทั้งหลาย ที่มีความ
คับแค้นมาก.
โปรดทรงระลึกถึงสัตว์ทั้งหลาย ที่พากันทำให้
รกป่าช้า ในชาตินั้น ๆ เรื่อยไป โปรดทรงระลึกถึงภัย
คือจระเข้ ความเห็นแก่ปากท้อง โปรดทรงระลึกถึง
อริยสัจ ๔.
เมื่ออมตนิพพานมีอยู่ จะต้องการอะไรด้วยของ
เผ็ดร้อน ๕ อย่าง ที่พระองค์ทรงดื่มแล้ว เพราะว่า
ความยินดีกามทุกอย่าง เผ็ดร้อนกว่าของเผ็ดร้อน ๕
อย่าง.
เมื่ออมตนิพพานมีอยู่ พระองค์จะต้องการอะไร
ด้วยกามทั้งหลายที่เร่าร้อน เพราะว่าความยินดีกามทุก

506