สมควรถูกต้องแม้แต่สัตว์ดิรัจฉานตัวผู้ การถูกต้องชายยกไว้ก่อนก็ได้ หญิง
นักบวชนั้นไม่สมควรถูกต้องชายแม้ผู้มีของภายนอกด้วยของภายนอก โดย
อำนาจราคะเลยทีเดียว.
ด้วยเหตุนั้น พระเถรีจึงกล่าวว่า ครุเก มม สตฺถุสาสเน เป็นต้น
ข้อนั้นมีความว่า สิกขาเหล่าใดอันพระสุคตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงทรง
บัญญัติเฉพาะภิกษุณีทั้งหลาย ไว้ในสัตถุศาสนาของเรา ที่หนักดังฉัตรหิน คือ
ที่ควรเคารพ เหตุไร ท่านจึงยืนกั้นเราผู้กำลังเดินไป ซึ่งเป็นอย่างนี้คือเป็นผู้
มีบทอันบริสุทธิ์ คือมีส่วนกุศลอันบริสุทธิ์ ด้วยสิกขาเหล่านั้น ผู้ชื่อว่าไม่มี
กิเลสดังเนิน เพราะไม่มีกิเลสดังเนินมีราคะเป็นต้น โดยประการทั้งปวง.
บทว่า อาวิลจิตฺโต ความว่า เพราะเหตุไรท่านผู้มีจิตขุ่นมัวด้วยอำนาจ
วิตก มีกามวิตกเป็นต้นอันกระทำความขุ่นมัวแห่งจิต จึงยืนกั้นเรา ผู้ชื่อว่า
ไม่ขุ่นมัว เพราะไม่มีความขุ่นมัวนั้น. ท่านผู้มีกิเลสดุจละออง ด้วยอำนาจ
กิเลสดุจละอองคือราคะเป็นต้น ผู้มีกิเลสดังเนิน ยืนกั้นเราผู้ชื่อว่าปราศจาก
กิเลสดุจละออง ผู้ไม่มีกิเลสดังเนิน ผู้ชื่อว่ามีใจหลุดพ้นแล้ว เพราะหลุดพ้น
เด็ดขาดในที่ทั้งปวงคือในเบญจขันธ์.
เมื่อพระเถรีกล่าวอย่างนี้แล้ว ชายนักเลงหญิงเมื่อจะแจ้งความประสงค์
ของตน จึงกล่าวคาถา ๑๐ คาถาโดยนัยว่า ทหรา จ เป็นต้น บรรดาบท
เหล่านั้น บทว่า ทหรา ได้แก่วัยรุ่น คืออยู่ในปฐมวัย. บทว่า อปาปิกา
จสิ ได้แก่ มีรูปไม่เลว อธิบายว่า มีรูปสวยอย่างยิ่งด้วย. บทว่า กึ เต
ปพฺพชฺชา กริสฺสติ ชายนักเลงหญิงกล่าวด้วยความประสงค์ว่า บรรพชา
จักทำอะไรแก่แม่นางผู้อยู่ในปฐมวัย มีรูปสวยอย่างนี้ หญิงแก่ หรือหญิง
รูปขี้เหร่ดอก ควรจะบวชเสีย. นิกฺขิปา ได้แก่จงละทิ้ง. บาลีว่า อุกฺขิปา
ก็มี ความว่า จงเปลื้อง.