สรณะ สมาทานศีล ข้อนั้น จงเป็นประโยชน์แก่พ่อ
ท่านเถิด.
บิดากล่าวว่า
พ่อขอถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์
เช่นนั้นเป็นสรณะ ขอสมาทานศีล ข้อนั้น จงเป็น
ประโยชน์แก่พ่อเถิด.
แต่ก่อน พ่อเป็นพราหมณ์เผ่าพันธุ์แห่งพรหม
แต่มาบัดนี้ พ่อเป็นพราหมณ์โสตถิยะ ผู้มีวิชชา ๓
จบเวท อาบน้ำคือเสร็จกิจแล้ว.
พระโรหิณีเถรีได้กล่าวคาถาดังว่ามานี้.
พราหมณ์ผู้บิดา ซึ่งไม่ต้องการสมมติในภิกษุทั้งหลายสำหรับธิดาตน
กล่าว ๓ คาถาข้างต้น ในคาถาเหล่านั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สมณาติ โภติ สุปิ ความว่า ลูกเอ๋ย
แม้เวลาลูกหลับ ลูกก็ระบุว่า สมณะ สมณะ หลับก็พูดถ้อยคำที่เกี่ยวกับ
สมณะเท่านั้น. บทว่า สมณาติ ปพุชฺฌสิ ความว่า ลูกแม้ลุกขึ้นจากหลับ
ตื่น คือลุกจากการนอน ก็กล่าวอย่างนี้ว่าสมณะ. บทว่า สมณาเนว กิตฺเตสิ
ความว่า ลูกประกาศสมณะหรือสรรเสริญคุณของสมณะเท่านั้น ทุกเวลาไปเลย.
บทว่า สมณี นูน ภวิสฺสสิ ความว่า บัดนี้ลูกแม้ตัวยังเป็นคฤหัสถ์ เห็น
ที่ลูกจักมีจิตใจเป็นสมณะเป็นแน่ อีกนัยหนึ่ง. บทว่า สมณี นูน ภวิสฺสสิ
ได้แก่ บัดนี้ ลูกแม้เป็นคฤหัสถ์ ไม่นานนักเห็นทีลูกจักเป็นสมณะอย่างเดียว
เพราะจิตใจลูกโน้มน้อมไปในสมณะเท่านั้น. บทว่า ปเวจฺฉสิ ได้แก่ ให้.
บทว่า โรหิณี ทานิ ปุจฺฉามิ ความว่า พราหมณ์เมื่อจะถามธิดาของตน