เพิ่มพูน บริบูรณ์ เหมือนอย่างบรรดาบุคคลเหล่านั้น บุคคลผู้ใดผู้หนึ่ง เมื่อ
คบสัตบุรุษ จะพึงพ้นจากทุกข์มีชาติเป็นต้นได้หมดฉะนั้น.
พระเถรี เมื่อแสดงวิธีพ้นทุกข์ ด้วยวิธีคบกัลยาณมิตร จึงกล่าวคำว่า
ทุกฺขณฺเจว วิชาเนยฺย เป็นอาทิ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จตฺตาริ
อริยสจฺจานิ ประกอบความว่า พึงรู้แจ้งแทงตลอดอริยสัจ ๔ เหล่านี้ คือ
ทุกข์ ทุกขสมุทัย นิโรธ และมรรคมีองค์ ๘.
สองคาถาว่า ทุกฺโข อิตฺถิภาโว เป็นต้น ยักษิณีตนหนึ่งเมื่อ
ติเตียนความเป็นหญิงกล่าวไว้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทุกฺโข อิตฺถิภาโว
อกฺขาโต ความว่า ความเป็นหญิง พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงฝึกคนที่ควร
ฝึกตรัสว่าเป็นทุกข์ เพราะโทษทั้งหลายมีเป็นต้นอย่างนี้ว่า ความอ่อนแอ การ
ตั้งท้อง ความเป็นอยู่ที่ต้องอาศัยคนอื่นทุกเวลา. บทว่า สปตฺติกมฺปิ ทุกฺขํ
ได้แก่ การอยู่ที่มีศัตรู แม้การอยู่ร่วมกับหญิงร่วมสามีก็เป็นทุกข์ อธิบายว่า
แม้อันนี้ก็เป็นโทษในความเป็นหญิง. บทว่า อปฺเปกจฺจา สกึ วิชาตาโย
ได้แก่ หญิงบางพวกคลอดคราวเดียวเท่านั้น ก็ทนทุกข์ในการตลอดต้องแรกไม่
ได้. บทว่า คลเก อปิ กนฺตนฺติ ได้แก่ เชือดคอตนเองบ้าง. บทว่า
สุขุมาลินิโย วิสานิ ขาทนฺติ ได้แก่ หญิงที่มีร่างกายละเอียดอ่อน
[สุขุมาลชาติ] ทนความลำบาก เพราะความที่ตนเป็นคนละเอียดอ่อนไม่ได้ก็กิน
ยาพิษบ้าง ในคำว่า ชนมารกมชฺฌคตา สัตว์เกิดในครรภ์ผู้หลง ท่านเรียก
ว่า ชนมารกะ คือทารกผู้ฆ่าชนคือมารดา อธิบายว่า ทารกผู้ฆ่ามารดา ที่อยู่
ตรงกลาง คืออยู่ในท้อง ได้แก่สัตว์ในท้องผู้หลง. บทว่า อุโภปิ พฺยสนานิ
อนฺโภนฺติ ความว่า ชนแม้ทั้งสองคือ สัตว์เกิดในท้องและมารดาผู้มีครรภ์
ย่อมประสบความตายและความพินาศย่อยยับ. ส่วนอาจารย์อื่นอีกกล่าวว่า กิเลส
ทั้งหลาย ชื่อว่าผู้ฆ่าชน, ภริยาและสามีแม้ทั้งสอง ซึ่งอยู่ท่ามกลางแห่งกิเลส