เธอเสวยสมบัติแล้วไม่มีกังวล จักบวช เธอกำหนดรู้
อาสวะทั้งหมดแล้ว จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะนิพพาน พระ
สัมพุทธเจ้าพระนามติสสะเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก
เป็นนักปราชญ์ตรัสดังนี้แล้ว ทรงเหาะขึ้นสู่นภากาศ
เหมือนพญาหงส์บินร่อนอยู่ในอัมพรฉะนั้น ทาน
ข้าพเจ้าถวายดีแล้วทีเดียว ยัญสมบัติข้าพเจ้าบูชาดีแล้ว
ข้าพเจ้าถวายภิกษาทัพพีหนึ่ง ถึงบทอันไม่หวั่นไหว
แล้ว ในกัปที่ ๙๒ แต่ภัทรกัปนี้ ข้าพเจ้าทำกรรมใดไว้
ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น ข้าพเจ้าไม่รู้จักทุคติ นี้
เป็นผลแห่งการถวายภิกษา ข้าพเจ้าเผากิเลสแล้ว ฯลฯ
ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว.
ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว พระอภัยเถระบุตรของตนเมื่อกล่าวธรรมได้
ภาษิตคาถาใด ๆ เป็นโอวาท เธอได้กล่าวอ้างคาถานั้น ๆ แหละแม้เองเป็น
อุทานว่า
ข้าแต่แม่ ท่านจงพิจารณากายนี้ ซึ่งไม่สะอาด
มีกลิ่นเหม็นเน่า เบื้องบนลงนาจนจดพื้นเท้า เบื้อง
ล่างขึ้นไปจนจดปลายผม. เมื่อพิจารณาอยู่อย่างนี้ ถอน
ราคะทั้งปวงได้ ตัดความเร่าร้อนได้ เราเป็นผู้มีความ
เย็น ดับสนิทแล้ว.
บรรดาสองคาถานั้น คาถาแรกมีเนื้อความย่อเท่านี้ว่า ข้าแต่แม่
ปทุมวดี ท่านจงพิจารณาสรีระนี้ ชื่อว่ากายเพราะเป็นที่รวมของสิ่งที่น่าเกลียด
ทั้งหลาย ชื่อว่าไม่สะอาดเพราะเต็มด้วยของไม่สะอาดมีประการต่าง ๆ ชื่อว่ามี
กลิ่นเหม็นเน่าเพราะกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งทุกเวลา แต่พื้นเท้าขึ้นไปเบื้องบนแต่