เบื้องต้น แต่ในขณะอรหัตมรรค ท่านประสงค์เอาอินทรีย์แม้ที่เหลือเป็น
สภาพเดียวกันแล.
อนึ่ง มี ๕ จำพวก คือท่านผู้บรรลุบารมี คือคุณอันยอดเยี่ยม
ท่านผู้บรรลุปฏิสัมภิทา ท่านผู้มีอภิญญา ๖ ท่านผู้มีวิชชา ๓ และท่านผู้
เป็นสุกขวิปัสสก.
จริงอยู่ บรรดาพระสาวกทั้งหลาย พระสาวกบางพวกบรรลุถึงที่สุด
สาวกบารมี เหมือนท่านพระสารีบุตร และท่านพระมหาโมคคัลลานะ.
บางพวกบรรลุปฏิสัมภิทา ด้วยอำนาจปฏิสัมภิทา ๔ นี้ คืออัตถ-
ปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในอรรถ ๑ ธัมมปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉาน
ในธรรม ๑ นิรุตติปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในภาษา ๑ ปฏิภาณ-
ปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในไหวพริบ ๑ บางพวกมีอภิญญา ๖
ด้วยอำนาจอภิญญาทั้งหลายมีอิทธิวิธญาณ ความรู้ในการแสดงฤทธิ์ได้
เป็นต้น.
บางพวกมีวิชชา ๓ ด้ายอำนาจวิชชา ๓ มีบุพเพนิวาสญาณ ความรู้
ระลึกชาติได้ เป็นต้น.
ส่วนพระเถระผู้ตั้งอยู่ในสมาธิ เพียงสักว่า ขณิกสมาธิ แล้วเริ่มตั้ง
วิปัสสนาบรรลุอรหัตมรรคนั้น ชื่อว่าสุกขวิปัสสก ผู้เจริญวิปัสสนา
ล้วนๆ เพราะมีแต่วิปัสสนาล้วน ไม่มีการสืบต่อในภายในวิปัสสนา
ด้วยองค์ฌานอันเกิดแต่สมาธิในเบื้องต้น และในระหว่าง ๆ. ก็วิภาคนี้
ท่านกล่าวโดยเพ่งภาวะทั่ว ๆ ไปแห่งพระสาวกทั้งหลาย.
พระเถระผู้มาในบาลีในที่นี้ ไม่มีสุกขวิปัสสกเลย. ด้วยเหตุนั้น
ท่านจึงกล่าวว่า