บทว่า ขนฺเธ ได้แก่ อุปาทานขันธ์.
บทว่า ปฏิปสฺส โยนิโส ความว่า จงเห็นด้วยอุบายโดยชอบด้วย
วิปัสสนาญาณ โดยประการต่าง ๆ มีอาทิอย่างนี้ว่า โดยเป็นโรค โดย
เป็นดุจฝี โดยเป็นดุจลูกศร โดยเป็นความคับแค้น โดยเป็นอาพาธ.
บทว่า ตํ ชห ความว่า จงละ คือจงถอนตัณหาเป็นเหตุให้เกิดทุกข์
นั้น.
บทว่า อิเธว ได้แก่ ในอัตภาพนี้เท่านั้น.
บทว่า อนิจฺจํ เป็นต้น ความว่า ท่านจงเห็นว่าไม่เที่ยง เพราะมี
ที่สุด เพราะไม่ล่วงความเป็นของไม่เที่ยงไปได้ เพราะเป็นไปชั่วกาล
เท่านั้น และปฏิเสธต่อความเที่ยง. บทว่า ทุกฺขํ ความว่า จงเห็นว่าเป็น
ทุกข์ เพราะถูกความเกิดขึ้นและดับไปบีบคั้น เพราะมีภัยเกิดขึ้นเฉพาะ
หน้า เพราะทนได้ยาก เพราะปฏิเสธความสุข.
บทว่า สุญฺญํ ความว่า ชื่อว่า ว่างเปล่า เพราะไม่เป็นไปในอำนาจ
เพราะไม่มีเจ้าของ เพราะไม่มีสาระ และเพราะปฏิเสธอัตตา เพราะเหตุ
นั้นนั่นแล จึงชื่อว่าเป็นอนัตตา. มีวาจาประกอบความว่า จงพิจารณา
เห็นโดยแยบคายว่า เป็นทุกข์และเป็นผู้ฆ่า เพราะเป็นอันจะพึงถูกติเตียน
แลเป็นความเจ็บป่วยหาความเจริญมิได้.
บทว่า มโนวิจาเร อุปรุนฺธ เจตโส ความว่า จงปิดกั้น คือจง
ห้าม ได้แก่ จงดับความสำคัญทางมโนวิจารทางใจ ๑๘ อย่าง มีการ
พิจารณาถึงโสมนัสเป็นต้นอันอาศัยเรือน.
บทว่า มุณฺโฑ ความว่า เข้าถึงซึ่งความเป็นคนโล้น คือเป็นผู้
ปลงผมและหนวด.