บทว่า ตํ เม อิทํ ตํ นุ กทา ภวิสฺสติ ความว่า ความปริวิตก
ของเรานี้นั้น จักมีเมื่อไรหนอ, คือจักถึงที่สุดเมื่อไรหนอ ?
ก็บทว่า ตํ ในบทว่า ตํ นุ นี้ เป็นเพียงนิบาต. ในที่นี้มีความ
สังเขปดังต่อไปนี้ว่า เมื่อไรหนอ เราตัดเครื่องผูกคือคฤหัสถ์ เหมือนช้าง
ใหญ่ตัดเครื่องผูกเท้าช้าง ออกบวช พอกพูนกายวิเวก เป็นผู้โดดเดี่ยว
ไม่มีเพื่อนสอง ในซอกเขาทั้งหลาย ไม่อาลัยในอารมณ์ทั้งปวง พิจารณา
เห็นสังขารทั้งปวง โดยความเป็นของไม่เที่ยงจักอยู่.
บทว่า ภินฺนปฏนฺธโร ความว่า เป็นผู้ทรงผ้าที่ถูกทำลาย, ท่าน
กล่าวไว้โดยลง น อาคม เพื่อสะดวกแก่คาถา. อธิบายว่า ทรงไว้ซึ่งแผ่นผ้า
เป็นจีวรที่ตัดด้วยศาสตรา ทำลายสัมผัสและสีอันเลิศ.
บทว่า มุนิ ได้แก่ บรรพชิต.
บทว่า อมโม ความว่า ชื่อว่า ไม่ยึดถือสิ่งใดว่าเป็นของตัว เพราะ
ไม่มีความยึดถือในตระกูลหรือคณะ ว่าเป็นของ ๆ ตัว. ชื่อว่าไม่มีความ
หวัง เพราะไม่มีความหวังในอารมณ์แม้อย่างใดอย่างหนึ่ง.
บทว่า หนฺตฺวา สุขี ปวนคโต วิหสฺสํ ความว่า เราจักตัดกิเลส
มีราคะเป็นต้นด้วยอริยมรรค อยู่เป็นสุข ด้วยสุขเกิดแต่มรรคและสุขอัน
เกิดแต่ผล ไปสู่ป่าใหญ่ จักอยู่เมื่อไรหนอ.
บทว่า วธโรคนีฬํ ความว่า เป็นรังแห่งมรณะ และเป็นรังแห่ง
โรค.
บทว่า กายํ อิมํ ได้แก่ ซึ่งกายกล่าวคือขันธ์ ๕ นี้. จริงอยู่ ขันธ์
ทั้ง ๕ ท่านเรียกว่า กาย ในประโยคมีอาทิว่า ภิกษุทั้งหลาย กายนี้แล