บทว่า อนายาโส ความว่า ไม่มีความดิ้นรน คือปราศจากทุกข์
คือกิเลส.
บทว่า วิปฺปสนฺโน อนาวิโล ความว่า มีความผ่องใส คือมีจิต
ผ่องใสด้วยดี เพราะไม่มีความไม่เชื่อเป็นต้น ชื่อว่าไม่ขุ่นมัว เพราะมี
ความดำริไม่ขุ่นมัว.
คาถาว่า น วิสฺสเส ท่านกล่าวปรารภพวกพระวัชชีบุตร ผู้เชื่อ
พระเทวทัต ชอบใจทิฏฐิของพระเทวทัตนั้นแล้ว ดำรงอยู่.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น วิสฺสเส ความว่า ไม่พึงคุ้นเคย คือ
ไม่พึงเชื่อ.
บทว่า เอกติเยสุ ความว่า ในปุถุชนผู้มีสภาวะไม่มั่นคงบางพวก.
บทว่า เอวํ ความว่า เหมือนท่านทั้งหลายถึงความคุ้นเคยว่า พระ-
เทวทัตเป็นผู้ปฏิบัติชอบ.
บทว่า อคาริสุ แปลว่า ในหมู่คฤหัสถ์.
บทว่า สาธูปิ หุตฺวาน ความว่า เพราะขึ้นชื่อว่า ความเป็นปุถุชน
ย่อมเป็นผู้มีความไม่มั่นคง เหมือนหม้อน้ำที่ตั้งอยู่บนหลังม้า และเหมือน
ตอไม้ที่ฝั่งลงในกองแกลบฉะนั้น คนบางพวกตอนต้นเป็นคนดี อยู่
ต่อมาตอนปลายเป็นคนไม่ดี.
อธิบายว่า เหมือนพระเทวทัต ในตอนต้นสมบูรณ์ด้วยศีล เป็น
ผู้ได้อภิญญาสมาบัติ แต่ถูกลาภและสักการะเข้าครอบงำ บัดนี้ จึงเสื่อมจาก
คุณวิเศษเหมือนกาปีกหัก เป็นผู้ไปเกิดในอบาย เพราะฉะนั้น คนเช่นนั้น
ไม่ควรคุ้นเคยว่า เป็นคนดี เพราะเพียงแต่ได้เห็นกันเท่านั้น. ส่วนคน
บางพวกถึงตอนต้นจะเป็นคนไม่ดี เพราะไม่คบหากัลยาณมิตร แต่ตอน