ฉันนั้น คนเหล่านั้นเป็นผู้ว่างเปล่าจากอสังขตบท เหมือน
ต้นกล้วยว่างเปล่าจากแก่นฉะนั้น ครั้นเมื่อภพถึงที่สุด
แล้ว เราได้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพราหมณ์ เราละทิ้งโภค-
สมบัติเป็นอันมาก แล้วออกบวชเป็นบรรพชิต ข้าพระ-
องค์อยู่ในสำนักพราหมณ์ นามว่าสญชัย ซึ่งเป็นผู้
เล่าเรียน ทรงจำมนต์ รู้จบไตรเพท ข้าแต่พระมหาวีระ
พราหมณ์ชื่ออัสสชิสาวกของพระองค์ หาผู้เสมอได้ยาก
มีเดชรุ่งเรือง เที่ยวบิณฑบาตอยู่ในกาลนั้น ข้าพระองค์
ได้เห็นท่านผู้มีปัญญา เป็นมุนี มีจิตตั้งมั่นในความเป็นมุนี
มีจิตสงบระงับ เป็นมหานาค แย้มบานดังดอกปทุม
ครั้นข้าพระองค์เห็นท่านผู้มีอินทรีย์ฝึกดีแล้ว มีใจบริสุทธิ์
องอาจประเสริฐ มีความเพียร จึงเกิดความคิดว่า ท่าน
ผู้นี้จักเป็นพระอรหันต์ ท่านผู้นี้มีอิริยาบถน่าเลื่อมใส มี
รูปงาม สำรวมดี จักเป็นผู้ฝึกแล้วในอุบายเครื่องฝึกอัน
สูงสุด จักเป็นผู้เห็นอมตบท ผิฉะนั้นเราพึงถามท่านผู้มี
ใจยินดีถึงประโยชน์อันสูงสุด หากเราถามแล้ว ท่านจัก
ตอบ เราจักสอบถามท่านอีก ข้าพระองค์ได้ตามไป
ข้างหลังของท่านซึ่งกำลังเที่ยวบิณฑบาต รอคอยโอกาส
อยู่ เพื่อจะสอบถามอมตบท ข้าพระองค์เข้าไปหาท่าน
ซึ่งพักอยู่ในระหว่างถนน แล้วได้ถามว่า ข้าแต่ท่านผู้
นิรทุกข์ มีความเพียร ท่านมีโคตรอย่างไร ท่านเป็น
ศิษย์ของใคร ท่านอันข้าพระองค์ถามแล้ว ไม่ครั่นคร้าม