บทว่า อเชฬกํ ได้แก่ แพะเท่านั้น ชื่อว่าเอฬกา, เว้นแพะและ
แกะเหล่านั้นเสีย สัตว์เลี้ยงที่เหลือ ชื่อว่า อชา. จริงอยู่ ในที่นี้ แม้โค
และกระบือเป็นต้น ท่านก็ทำการสงเคราะห์ด้วย อเชฬก ศัพท์เหมือนกัน.
บทว่า ทาสิทาสญฺจ ได้แก่ ทาสหญิงและทาสชาย.
บทว่า ทุมฺเมธา ได้แก่ ผู้ไม่รู้, คือเมื่อไม่รู้จักสิ่งที่ควรและไม่ควร
สิ่งที่เหมาะเเละไม่เหมาะ (นุ่ง) เพื่อประโยชน์ตน.
บทว่า สาทิยิสฺสนฺติ แปลว่า จักรับ.
บทว่า อุชฺฌานสญฺญิโน ได้แก่ คิดแต่จะมองดูผู้อื่นอยู่หลังตน
หรือมีปกติยกโทษแม้ในที่ที่ไม่ควรจะยกโทษ.
บทว่า พาลา ได้แก่ ประกอบพร้อมแล้วด้วยพาลลักษณะ โดยมี
ความคิดแต่เรื่องที่คิดชั่วเป็นต้น. ต่อแต่นั้น ก็ไม่ดำรงมั่นอยู่ในศีล คือ
มีจิตไม่ตั้งมั่นในจตุปาริสุทธิศีล.
บทว่า อุนฺนฬา ได้เเก่ ยกตัวถือตัว. บทว่า วิจริสฺสนฺติ ความว่า
จักยกธงคือมานะ เที่ยวไป.
บทว่า กลหาภิรตา มคา ความว่า เพราะคนเป็นผู้มากไปด้วย
สารัมภะ จึงเป็นผู้ขวนขวายในคำกล่าวโต้ตอบ เที่ยวยินดีแต่ในการ
ทะเลาะวิวาทอย่างเดียว มุ่งแต่ประโยชน์ตน ยินดีแต่ในการแสวงหาอาหาร
ชอบเบียดเบียนแต่ผู้อื่นที่อ่อนแอ ราวกะมิคะฉะนั้น.
บทว่า อุทฺธตา ได้แก่ ประกอบพร้อมแล้วด้วยจิตที่ฟุ้งซ่าน คือ
ปราศจากจิตที่เป็นเอกัคคตา.
บทว่า นีลจีวรปารุตา ได้แก่ นุ่งห่มแต่จีวรสีเขียว ปนสีแดงเพราะ
ย้อมไม่สมควร คือเที่ยวนุ่งและห่มจีวรเช่นนั้น.