บทว่า อนฺนภาโร ปุเร ได้แก่ ผู้มีนามอย่างนี้ในชาติก่อน.
บทว่า ฆาสหารโก ได้แก่ ผู้การทำการรับจ้างเพื่อต้องการเพียงอาหาร
เลี้ยงชีวีต.
บทว่า สมณํ ได้แก่ ผู้มีบาปสงบแล้ว.
บทว่า ปฏิปาเหสิ ได้แก่ มอบถวายเฉพาะหน้า, อธิบายว่า
เป็นผู้มีหน้าเฉพาะะด้วยความเลื่อมใส ได้ให้ทานอาหาร.
บทว่า อุปริฏฺฐํ ได้แก่ พระปัจเจกพุทธเจ้าผู้มีนามอย่างนั้น.
บทว่า ยสสฺสินํ ได้แก่ ผู้มีเกียรติ คือมียศปรากฏ. ด้วยคาถานี้ พระ-
เถระแสดงถึงบุรพกรรมของตน ซึ่งเป็นเหตุให้ได้สมบัติอันยิ่งใหญ่ จน
กระทั่งอัตภาพสุดท้าย . ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวคำมีอาทิว่า เรานั้นเกิด
ในศากยตระกูล.
บทว่า อิโต สตฺต ความว่า จุติจากมนุษยโลกนี้ แล้วเป็นเทพ
๗ ครั้ง ด้วยความเป็นใหญ่อันเป็นทิพย์ในเทวโลก.
บทว่า ตโต สตฺต ความว่า จุติจากเทวโลกนั้นแล้วเป็น ๗ ครั้ง
โดยเป็นพระเจ้าจักรพรรดิในมนุษยโลก.
บทว่า สํสารานิ จตุทฺทส ได้แก่ ท่องเที่ยวไปในระหว่างภพ
๑๔ ครั้ง.
บทว่า นิวาสมภิชานิสฺสํ แปลว่า ได้รู้ขันธ์ที่เคยอาศัยอยู่ในชาติ
ก่อน.
บทว่า เทวโลเก ิโต ตทา ความว่า ก็เราได้รู้ขันธ์ที่เคยอาศัย
อยู่ในกาลก่อนนั้น ในอัตภาพนี้เท่านั้นก็หามิได้ โดยที่แท้ ในคราวที่
ดำรงอยู่ในเทวโลก ในอัตภาพที่ล่วงมาติดต่อกับอัตภาพนี้ เราก็ได้รู้.