ตามมา หรือผู้ใดไม่ปรารถนา ก็จงกลับไปเถิด แต่ตัวฉัน
จะบวชในสำนักของพระพุทธเจ้า ผู้มีพระปัญญาประเสริฐ
นี้ละ.
บรรดาคำบทเหล่านั้น บทว่า กณฺหาภิชาติโก ได้แก่ ผู้มีชาติต่ำ คือ
ผู้ดำรงอยู่ในภาวะมืดมาแล้วมืดไปภายหน้า.
ลำดับนั้น มาณพแม้เหล่านั้น ก็เป็นผู้มุ่งต่อการบรรพชาในที่นั้น
เหมือนกัน เพราะเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยเหตุ เหมือนกุลบุตรผู้ได้บำเพ็ญ
บุญญาธิการไว้กับเสลพราหมณ์นั้น จึงกล่าวคาถาว่า
ถ้าท่านอาจารย์ชอบใจคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธ-
เจ้า แม้ข้าพเจ้าทั้งหลาย ก็จะพากันบวชในสำนักของ
พระพุทธเจ้าผู้มีพระปัญญาประเสริฐ.
ลำดับนั้น เสลพราหมณ์มีจิตยินดีในมาณพเหล่านั้น เมื่อจะแสดง
มาณพเหล่านั้น และทูลขอบรรพชา จึงกล่าวคาถาว่า
ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พราหมณ์ ๓๐๐ คนนี้ พา
กันประณมมืออัญชลีทูลขอบรรพชาว่า ข้าพระองค์
ทั้งหลายจักประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของพระองค์.
ลำดับนั้น เพราะเหตุเสลพราหมณ์เป็นหัวหน้าคณะของบุรุษ ๓๐๐
คนเหล่านั้นนั่นแหละ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าปทุมุตตระ โดยนัย
ดังกล่าวไว้ในหนหลัง ได้ปลูกมูลคือกุศลไว้ บัดนี้ แม้ในปัจฉิมภพ
ก็บังเกิดเป็นอาจารย์ของบุรุษเหล่านั้นแหละ ก็ญาณของเสลพราหมณ์และ
มาณพเหล่านั้นก็แก่กล้า ทั้งอุปนิสัยแห่งความเป็นเอหิภิกขุก็มีอยู่ เพราะ-