บทว่า สงฺกปฺปปรเตชิตํ ความว่า อันความดำริ คือมิจฉาวิตก
ทำคนอื่นผู้ถึงเฉพาะลักษณะนิสัยให้อาจหาญ คือให้อุตสาหะขึ้น.
บทว่า เตน วิทฺโธ ปเวธามิ ความว่า เราถูกลูกศรคือทิฏฐินั้น
เสียบแทงจรดถึงหทัยปักอยู่ ย่อมหวั่นไหว คือย่อมดำริ ได้แก่หมุนไป
รอบด้าน ด้วยอำนาจสัสสตทิฏฐิและอุจเฉททิฏฐิ.
บทว่า ปตฺตํว มาลุเตริตํ ความว่า เหมือนใบของต้นไม้ถูกมาลุต
คือลม พัดให้หลุดจากขั้ว.
บทว่า อชฺฌตฺตํ เม สมุฏฺฐาย ความว่า ธรรมดาลูกศรในโลก
ตั้งขึ้นจากภายนอก แล้วห้ำหั่นทำลายภายในฉันใด ลูกศรคือทิฏฐินี้ไม่
เหมือนฉันนั้น. ก็ลูกศรคือทิฏฐินี้ตั้งขึ้นแล้วในภายใน คือในอัตภาพ
ของเรา เหมือนกลุ่มผัสสายตนะ ๖ ที่รู้กันว่าอัตภาพนั้น ย่อมไหม้ไป
เร็วพลัน เหมือนอะไร ? เหมือนไฟไหม้พร้อมทั้งที่อาศัยของมัน เมื่อเผา
ไหม้อัตภาพที่ยึดถือว่าของเรา คืออันเป็นของของเรานั้นนั่นแหละ เกิด
ขึ้นแล้วในที่ใด ย่อมแล่นไปคือเป็นไปในที่นั้นนั่นเอง.
บทว่า น ตํ ปสฺสามิ เตกิจฺฉํ ความว่า เราย่อมไม่เห็นศัลยแพทย์
นั้นชื่อว่าผู้เยียวยา เพราะประกอบการเยียวยาเช่นนั้น.
บทว่า โย เม ตํ สลฺลมุทฺธเร ความว่า แพทย์ใด พึงถอนลูกศรคือ
ทิฏฐิ และลูกศรคือกิเลสนั้น พึงนำเอาคำมาประกอบกัน . ความว่า เมื่อ
จะถอน ไม่เยียวยารักษาโดยสอดเส้นเชือกต่าง ๆ คือเส้นลวดสำหรับ
ตรวจโรคอันคล้ายกับเชือก ตัดด้วยศัสตรา (และ) ด้วยการประกอบมนต์
และอาคมอย่างอื่น อาจเยียวยาลูกศรได้. ก็บทว่า วิจิกิจฺฉิตํ นี้เป็นเพียง
ตัวอย่าง. พึงทราบเนื้อความด้วยอำนาจลูกศรคือกิเลสแม้ทุกชนิด.