กาลที่ข้าวเป็นข้าวเม่า ได้ถวายชื่อภัตอันเลิศคือข้าวเม่า ในกาลเป็นที่เก็บ
เกี่ยวข้าว ได้ถวายภัตอันเลิศในกาลเก็บเกี่ยว ในกาลทำเขน็ด ได้ถวายภัต
อันเลิศในกาลทำเขน็ด ในกาลกระทำฟ่อนเป็นต้น ได้ถวายภัตอันเลิศใน
การทำฟ่อน ถวายภัตอันเลิศในกาลทำลาน เลิศในกาลทำเป็นสิ่งของขาย
เลิศในกาลนับ เลิศในกาลนำเข้าฉาง รวมความว่า ท่านได้ถวายชื่อทานอัน
เลิศ ๙ ครั้ง ในกาลข้าวกล้าครั้งเดียวข้าวแม้นั้นได้สมบูรณ์อย่างเหลือเกิน.
ท่านบำเพ็ญบุญตลอดชีวิตด้วยอาการอย่างนี้ จุติจากอัตภาพนั่นแล้ว
บังเกิดในเทวโลก ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก บังเกิดใน
ตระกูลพราหมณ์มหาศาล ในพราหมณคาม ชื่อว่าโทณวัตถุ ไม่ไกลกรุง
กบิลพัสดุ์ ก่อนแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลายทรงอุบัตินั่นแล.
ท่านได้มีนามตามโคตรว่า โกณฑัญญะ, ท่านเจริญวัยแล้ว เรียน
เวท ๓ ได้ถึงฝั่งในมนต์สำหรับทายลักษณะ. สมัยนั้น พระโพธิสัตว์ของ
เราทั้งหลาย จุติจากดุสิตบุรี บังเกิดในพระตำหนักของพระเจ้าสุทโธทน-
มหาราช ในกรุงกบิลพัสดุ์ ในวันขนานพระนามพระองค์ เมื่อพราหมณ์
๑๐๘ คนถูกเรียกให้เข้าไปเฝ้า ท่านเป็นผู้ใหม่กว่าเขาทั้งหมดในบรรดา
พราหมณ์ ๘ คน ที่ให้นำเข้าไปยังพื้นใหญ่เพื่อกำหนดลักษณะ เห็นความ
สำเร็จพระลักษณะของพระมหาบุรุษ จึงถึงความตกลงว่า ผู้นี้จักเป็นพระ-
พุทธเจ้าโดยส่วนเดียว จึงได้เที่ยวมองเห็นการออกมหาภิเนษกรมณ์ของ
พระมหาสัตว์.
ฝ่ายพระมหาสัตว์แล เจริญด้วยบริขารมาก ถึงความเจริญโดยลำดับ
ถึงความแก่กล้าแห่งพระญาณ ในปีที่ ๒๙ ก็เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์
บรรพชาที่ฝั่งแม่น้ำอโนมานที เสด็จไปอุรุเวลาประเทศโดยลำดับ แล้วเริ่ม