คือจักเข้าไป โดยความประสงค์จะอยู่ป่า ที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายสรรเสริญ
ไว้ โดยพระดำรัสมีอาทิว่า ดูก่อนคฤหบดี พระตถาคตทั้งหลาย ย่อมยินดี
ยิ่งในเรือนว่างแล. เพราะความผาสุกในการอยู่ป่า ย่อมมีแก่ภิกษุผู้อยู่แต่
ผู้เดียว คือผู้อยู่คนเดียว เพราะไม่มีเพื่อนในที่ทั้งหลายเป็นต้น ผู้มีตน
อันส่งไปแล้ว ได้แก่ผู้ศึกษาสิกขา ๓ มีอธิศีลสิกขาเป็นต้น เพราะตน
มีจิตส่งไปเฉพาะพระนิพพาน อธิบายว่า นำสิ่งที่น่าปรารถนาและความ
สุขมาให้.
บทว่า โยคีปีติกรํ ได้แก่ ชื่อว่า อันกระทำให้เกิดปีติแก่พระ-
โยคาวจร เพราะการนำมาซึ่งปีติที่เกิดแต่ฌานและวิปัสสนาเป็นต้น แก่
พระโยคาวจรทั้งหลาย ผู้ประกอบความเพียรในการภาวนา ด้วยความไม่มี
ศรัทธาเป็นต้น.
ชื่อว่า รมฺมํ เพราะเป็นสถานที่สมควรแก่การหลีกเร้น โดยที่ไม่มี
วิสภาคารมณ์.
บทว่า มตฺตกุญฺชรเสวิตํ ได้แก่ เป็นที่เที่ยวไปของหมู่ช้างตกมัน,
ด้วยบทนี้ ท่านแสดงถึงที่อยู่อันสงัดจากหมู่ชนเท่านั้น เพราะมีป่าขึ้น
หนาแน่น.
สมณธรรม ท่านประสงค์ถึงประโยชน์ ในบทว่า อตฺถวสี นี้, ได้แก่ 1
ไปสู่อำนาจของประโยชน์นั้นว่า ทำอย่างไรหนอ สมณธรรมนั้นจะพึงมี
แก่เรา ดังนี้.
บทว่า สุปุปฺผิเต ได้แก่ มีดอกไม้อันบานสะพรั่งด้วยดี.
บทว่า สีตวเน ได้แก่ ในป่าที่เย็น เพราะมีร่มเงาและน่าสมบูรณ์.
ด้วยบทแม้ทั้งสอง ท่านแสดงถึงสถานที่นั้นว่า ร่มรื่นเท่านั้น.