จมอยู่ เป็นผู้มีสติเพ่งพินิจอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ประสบความ
ยินดีในเบญจขันธ์นั้น ยิ่งไปกว่าความยินดีในวิปัสสนา
และในมรรคผล เมื่อใด บัณฑิตละตัณหาอันนำทุกข์มา
ให้ ซ่านไปในอารมณ์ต่าง ๆ นำมาซึ่งทุกข์อันเกิดเพราะ
ความต่อเนื่องแห่งธรรมเป็นเครื่องเนิ่นช้า เป็นผู้มีสติ
เพ่งพินิจอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ประสบความยินดี ยิ่งไป
กว่าการพิจารณาธรรมนั้น เมื่อใด บัณฑิตถูกต้องทางอัน
สูงสุด เป็นทางปลอดโปร่ง ให้ถึงองค์ ๒ และองค์ ๔
เป็นที่ชำระกิเลสทั้งปวงด้วยปัญญา มีสติเพ่งพินิจอยู่ เมื่อ
นั้น ย่อมไม่ได้ประสบความยินดียิ่งไปกว่าการเพ่งพิจารณา
นั้น เมื่อใด บัณฑิตเจริญสันตบทอันไม่ทำให้เศร้าโศก
ปราศจากธุลี อันปัจจัยอะไร ๆ ปรุงแต่งไม่ได้ ให้หมดจด
จากกิเลสทั้งปวง เป็นเครื่องตัดกิเลสเครื่องผูกพัน คือ
สังโยชน์ เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ประสบความยินดียิ่งไปกว่า
การเจริญสันตบทนั้น เมื่อใด กลองคือเมฆอันเกลื่อนกล่น
ด้วยสายฝน ย่อมคำรนร้องอยู่บนนภากาศ อันเป็นทาง
ไปแห่งฝูงนกอยู่โดยรอบ และภิกษุไปเพ่งพิจารณาธรรม
อยู่ที่เงื้อมเขา เมื่อนั้น ย่อมไม่ได้ประสบความยินดีอย่าง
อื่น ยิ่งไปกว่าการเพ่งธรรมนั้น เมื่อใด บัณฑิตมีจิต
เบิกบาน นั่งเพ่งพิจารณาธรรมอยู่ฝั่งแม่น้ำทั้งหลาย
อันดารดาษไปด้วยดอกโกสุม และดอกมะลิที่เกิดในป่า
อันวิจิตรงดงาม ย่อมไม่ได้ประสบความยินดีอย่างอื่น