เมื่อใด เราได้เห็นพระศาสดาผู้ปลอดภัยเป็นครั้งแรก
เมื่อนั้นความสลดใจได้เกิดมีแก่เรา เพราะได้เห็นพระ-
ศาสดาผู้อุดมบุรุษ ผู้ใดนอบน้อมพระศาสดาผู้ทรงสิริ ที่
พระบาทด้วยมือทั้งสอง ผู้นั้นพึงทำพระศาสดาให้ทรง
ยินดีโปรดปราน ครั้งนั้นเราได้ละทิ้งบุตร ภรรยา ทรัพย์
และธัญญาหาร ปลงผมและหนวดออกบวชเป็นบรรพชิต
เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยสิกขาสาชีพ สำรวมดีแล้วในอินทรีย์
ทั้งหลาย ถวายบังคมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้ไม่
พ่ายแพ้ต่อมาร ครั้งนั้นความตั้งใจปรารถนาสำเร็จแก่เรา
เราไม่ได้นั่งอยู่เปล่าแม้เพียงครู่เดียว ในเมื่อยังถอนลูกศร
คือตัณหาขึ้นไม่ได้ ขอจงดูความเพียร ความบากบั่น
ของเราผู้อยู่ด้วยความตั้งใจอย่างนั้น เราได้บรรลุวิชชา ๓
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว เราระลึก
ชาติก่อน ๆ ได้ ได้ชำระทิพยจักษุหมดจดแล้ว เป็น
พระอรหันต์ผู้ควรแก่ทักษิณา หลุดพ้นแล้ว ไม่มีอุปธิ
ต่อเมื่อราตรีสิ้นไปแล้ว พระอาทิตย์อุทัยขึ้นมา เราทำ
ตัณหาทั้งปวงให้เหือดแห้งไป จึงเข้าไปสู่ภายในกุฎีโดย
บัลลังก์.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยทา แปลว่า ในกาลใด. บทว่า ปฐมํ
แปลว่า ตั้งแต่ครั้งแรก. บทว่า อทฺทกฺขึ แปลว่า ได้เห็นแล้ว. บทว่า
สตฺถารํ ได้แก่ พระผู้มีพระภาคเจ้า.