เราท่องเที่ยวอยู่แต่ในสองภพ คือในเทวดาและมนุษย์
คติอื่นเราไม่รู้ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราเกิดในสอง
สกุล คือสกุลกษัตริย์และสกุลพราหมณ์ เราไม่เกิดใน
สกุลที่ต่ำทราม นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.
และในภพสุดท้าย เราเกิดเป็นบุตรของติริติวัจฉ-
พราหมณ์ ผู้เป็นปุโรหิตของพระเจ้าจัณฑปัชโชต ใน
พระนครอุชเชนีอันน่ารื่นรมย์ เราเป็นคนฉลาดเรียนจบ
ไตรเพท ส่วนมารดาของเราชื่อจันทนปทุมา๑ เราชื่อ
กัจจายนะ เป็นผู้มีผิวพรรณงาม เราอันพระเจ้าแผ่นดิน
ทรงส่งไปเพื่อพิจารณาพระพุทธเจ้า ได้พบพระผู้นำซึ่ง
เป็นประตูของโมกขบุรี เป็นที่สั่งสมคุณ และได้สดับ
พระพุทธภาษิตอันปราศจากมลทิน เป็นเครื่องชำระล้าง
เปือกตมคือคติ จึงได้บรรลุอมตธรรมอันสงบ ระงับ พร้อม
กับบุรุษ ๗ คนที่เหลือ เราเป็นผู้รู้อธิบายในพระมติอัน
ใหญ่ ของพระสุคตเจ้าได้แจ้งชัด และพระศาสดา
ทรงตั้งไว้ตำแหน่งเอตทัคคะ เราเป็นผู้มีความปรารถนา
สำเร็จด้วยดีแล้ว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ...ฯลฯ...
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ลำดับนั้น พระศาสดาทรงเหยียดพระหัตถ์ตรัสว่า ท่านทั้งหลาย
จงเป็นภิกษุมาเถิด. ในขณะนั้นนั่นเอง ท่านเหล่านั้นมีผมและหนวดเพียง
๒ องคุลี ทรงบาตรและจีวรที่สำเร็จด้วยฤทธิ์ ได้เป็นผู้คล้ายพระเถระมี
๑. บางแห่งเป็น จันทิมา.