เราปักเสา ๔ เสา ทำปะรำอย่างเรียบร้อย แล้วเอา
ดอกรังมุงเหนือพระพุทธเจ้า เราทรงปะรำซึ่งมุงด้วย
ดอกรังไว้ ๗ วัน ยังจิตให้เลื่อมใสในกรรมนั้น ได้
ถวายบังคมพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด สมัยนั้น พระ
ผู้มีพระภาคเจ้าผู้อุดมบุรุษ เสด็จออกจากสมาธิ
ประทับนั่ง ทอดพระเนตรดูเพียงชั่วแอก สาวกของ
พระศาสดา พระนามว่า ปิยทัสสี ชื่อว่าวรุณะ กับ
พระอรหันตขีณาสพแสนองค์ ได้มาเฝ้าพระศาสดา
ผู้นำชั้นพิเศษ ส่วนพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้พิชิตมาร
ทรงพระนามว่า ปิยทัสสี เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐ
กว่านรชน ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์แล้ว
ได้ทรงกระทำการแย้มพระสรวลให้ปรากฏ พระ-
อนุรุทธเถระผู้อุปัฏฐาก ของพระศาสดาทรงพระนาม
ว่า ปิยทัสสี ห่มจีวรเฉวียงบ่าข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถาม
พระมหามุนีว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า อะไรเล่า
หนอ เป็นเหตุให้พระศาสดาทรงแย้มพระสรวลให้
ปรากฏ เพราะมีเหตุ พระศาสดาจึงทรงแย้มพระสรวล
ให้ปรากฏ.
พระศาสดาตรัสว่า มาณพใดธารปะรำที่มุงด้วย
ดอกไม้ให้ตลอด ๗ วัน เรานึกถึงกรรมของมาณพนั้น
จึงได้ทำการยิ้มแย้มให้ปรากฏ เราไม่พิจารณาเห็น
ช่องทางที่ไม่ควรที่บุญจะไม่ให้ผล ช่องทางที่ควรใน
เทวโลก หรือมนุษยโลก ย่อมไม่ระงับไปเลย เขาผู้