ด้วยบุญกรรมนั้น เขาบังเกิดในเทวโลก กระทำบุญเป็นอันมากแล้ว
ท่องเที่ยวไป ๆ มา ๆ อยู่ในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เกิดเป็นบุตรของ
พราหมณ์ ผู้สมบูรณ์ด้วยสมบัติ ในพระนครราชคฤห์ ในพุทธุปบาทกาลนี้
ได้มีนามว่า วัจฉะ. เขาเจริญวัยแล้ว เป็นผู้มีศรัทธาจิตอันได้แล้ว ในสมาคม
ของพระเจ้าพิมพิสาร บวชแล้ว บรรลุพระอรหัต. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่าน
กล่าวไว้ในอปทานว่า
เราเกี่ยวข้องในคดีประทุษร้ายผู้อื่น ได้กระทำ
ความผิดไว้ เพรียบพร้อมไปด้วยภัยและผู้เป็นศัตรู
ได้เห็นต้นไม้มีดอกเป็นกลุ่มก้อน บานสะพรั่ง จึงถือ
เอาดอกมันแดงไปเกลี่ยลงที่โพธิพฤกษ์ ปัดกวาดไม้
แคฝอยอันเป็นไม้ตรัสรู้นั้นแล้ว เข้าไปนั่งขัดสมาธิที่
โคนโพธิ์ ชนทั้งหลายแสวงหาช่องทางที่เราหลบไป
ได้เข้ามาใกล้เราและเราก็เห็นเขาเหล่านั้นในที่นั้นแล้ว
รำพึงถึงแต่โพธิพฤกษ์อันอุดม ด้วยใจอันผ่องใสแล้ว
ไหว้โพธิพฤกษ์แล้ว ได้ตกลงไปในเหว อันน่ากลัว
ลึกหลายชั่วลำตาล ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้
บูชาโพธิพฤกษ์ด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เรา
ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาโพธิพฤกษ์
และในกัปที่ ๓ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้า-
จักพรรดิราช พระนามว่า สุสัญญตะ* สมบูรณ์ด้วย
แก้ว ๗ ประการ มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว
ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว
ดังนี้.
* พระสูตรเป็น สัมมสิตะ