เราเป็นพราหมณ์ มีนามว่า สุนันทะ ผู้รู้จบมนต์
เป็นผู้คงแก่เรียน เป็นผู้ควรขอ ได้บูชายัญ ชื่อว่า
วาชเปยยะ ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนาม
ว่า ปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้เลิศ เป็นพระฤาษี
ประกอบด้วยพระกรุณา ทรงเอ็นดูหมู่ชน เสด็จจงกรม
อยู่ในอากาศ พระสัพพัญญูสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นนายก
ของโลก เสด็จจงกรมแล้ว ทรงแผ่เมตตาไปในบรรดา
สัตว์ หาประมาณมิได้ ไม่มีอุปธิ พราหมณ์ผู้รู้จบมนต์
เด็ดดอกไม้ที่ขั้วแล้ว ประชุมศิษย์ทั้งหมด ให้ศิษย์
ช่วยกันโยนดอกไม้ขึ้นไปในอากาศ ในกาลนั้น หลังคา
ดอกไม้ ได้มีตลอดทั่วพระนครไม่หายไป ตลอด ๗ วัน
ด้วยพุทธานุภาพ ด้วยกุศลมูลนั้น พราหมณ์ผู้รู้จบมนต์
ได้เสวยสมบัติแล้ว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง ข้ามโลก ๓
และตัณหาได้แล้ว ในกัปที่ ๑,๑๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็น
พระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ ๓๕ พระองค์ มีพระนาม
เหมือนกันว่า อัมพรังสสะ มีพลมาก. เราเผากิเลส
ทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำ
สำเร็จแล้ว ดังนี้.
ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อพยากรณ์พระอรหัตผล
ก็ได้กล่าวย้ำซ้ำพระคาถานั้นแล.
จบอรรถกถานีตเถรคาถา