ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 455 (เล่ม 49)

เป็นคนดีในหมู่ชนชาววัชชี เขาพากันเรียกท่าน
ว่ามุนี รู้กันว่าท่านเป็นผู้ประเสริฐ หนักแน่น ไม่
หวั่นไหว มีธรรมอันดีงาม เที่ยวไปในโลก ถ้า
พระองค์ทรงถวายผ้าคู่หนึ่งหรือสองคู่แก่ภิกษุนั้น
แล้วทรงอุทิศส่วนกุศลให้ข้าพระองค์ เมื่อ
พระองค์ทรงถวายแล้ว และท่านรับผ้านั้นแล้ว
พระองค์ก็จะทรงเห็นข้าพระองค์นุ่งห่มผ้าเรียบ
ร้อย.
พระเจ้าอัมพสักขระตรัสถามว่า :-
บัดนี้ สมณะนั้นอยู่ที่ประเทศไหน เราจัก
ไปพบท่านที่ไหน ใครจะพึงแก้ไขความสงสัย
สนเท่ห์ อันเป็นเสี้ยนหนามแห่งความเห็นของเรา
ได้ในวันนี้.
เปรตนั้นกราบทูลว่า :-
ท่านอยู่ที่เมืองกปินัจจนา มีหมู่เทวดาเป็น
อันมากห้อมล้อม เป็นผู้มีนามจริงแท้ และเป็น
ผู้ไม่ประมาท แสดงธรรมีกถาอยู่ในหมู่ของตน.
พระเจ้าอัมพสักขระตรัสว่า :-
เราจักไปทำตามที่ท่านสั่งเดี๋ยวนี้ จักให้
สมณะนั้นนุ่งห่มผ้า ขอท่านจงดูคู่ผ้าเหล่านั้น อัน

455
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 456 (เล่ม 49)

สมณะนั้นรับประเคนแล้ว และเราจักคอยดูท่าน
นุ่งห่มผ้าเป็นอันดี.
เปรตนั้นกราบทูลว่า :-
ข้าแต่พระเจ้าลิจฉวี ข้าพระองค์ขอประ-
ทานพระวโรกาส ขอพระองค์อย่าเสด็จเข้าไปหา
บรรพชิตในเวลาไม่ควร การเสด็จเข้าไปหา
บรรพชิตในเวลาไม่ควรนี้ ไม่เป็นธรรมเนียมที่ดี
ของพระองค์ ก็เมื่อพระองค์เสด็จเข้าไปหาใน
เวลาสมควร ก็จักทรงเห็นภิกษุนั้นนั่งอยู่ในที่
สงัดในที่นั้นเอง
เพื่อจะแสดงความเห็น พระสังคีติกาจารย์ได้กล่าวคาถา
ทั้งหลายว่า :-
พระเจ้าลิจฉวีตรัสอย่างนั้นแล้ว ก็
แวดล้อมด้วยหมู่ข้าราชบริพาร เสด็จไป
ในนครนั้น ครั้นเสด็จเข้าไปยังนครนั้นแล้ว จึง
เสด็จเข้าไปยังที่ประทับในนิเวศน์ของพระองค์
ทรงกระทำกิจของคฤหัสถ์ทั้งหลาย ทรงสรง
สนาน และทรงดื่มน้ำแล้วได้เวลาอันควร จึงทรง
เลือกผ้า ๘ คู่จากหีบ รับสั่งให้หมู่ข้าราชบริพาร
ถือไป พระราชาครั้นเสด็จเข้าไปในประเทศนั้น
แล้ว ได้ทอดพระเนตรเห็นสมณะรูปหนึ่งผู้มีจิต

456
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 457 (เล่ม 49)

สงบระงับกลับจากที่โคจร เป็นผู้เยือกเย็นนั่งอยู่
ที่โคนต้นไม้ ครั้นแล้วได้ตรัสถามสมณะนั้นถึง
ความเป็นผู้มีอาพาธน้อย การอยู่สำราญและตรัส
บอกนามของพระองค์ให้ทราบว่า ข้าแต่ท่าน
ผู้เจริญ ดิฉันเป็นกษัตริย์ลิจฉวีอยู่ในเมืองเวสาลี
ชาวลิจฉวีเรียกดิฉันว่าอัมพสักขระ ขอท่านจง
รับผ้า ๘ คู่นี้ของดิฉัน ดิฉันขอถวายท่าน ดิฉัน
มาในที่นี้ด้วยความประสงค์เพียงเท่านี้ ดิฉันมี
ความปลื้มใจนัก.
พระเถระทูลถามว่า :-
สมณพราหมณ์ทั้งหลาย พากันละเว้น
พระราชนิเวศน์ของมหาบพิตรแต่ที่ไกลทีเดียว
เพราะในพระราชนิเวศน์ของมหาบพิตร บาตร
ย่อมแตก แม้สังฆาฏิก็ถูกเขาฉีก เมื่อก่อนสมณะ
ทั้งหลายมีศีรษะห้อยลง ตกลงไปจากเคียงเท้า
มหาบพิตรได้เบียดเบียนบรรพชิตเช่นนี้ สมณะ
ทั้งหลายเคยถูกมหาบพิตรทำการเบียดเบียนแล้ว
มหาบพิตรไม่เคยพระราชทานแม้แต่น้ำมันสัก
หยดหนึ่งเลย ไม่ตรัสบอกทางให้คนหลงทาง ชิง
เอาไม้เท้าจากมือคนตาบอดเสียเอง มหาบพิตร
เป็นคนตระหนี่ ไม่สำรวมเช่นนี้ แต่บัดนี้ เพราะ

457
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 458 (เล่ม 49)

เหตุอะไร มหาบพิตรทรงเห็นผลอะไร จึงทรง
จำแนกแจกจ่ายกับอาตมภาพทั้งหลายเล่า.
พระราชาตรัสว่า :-
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันขอรับผิด ดิฉันได้
เบียดเบียนสมณะทั้งหลาย ดังคำที่ท่านพูด ข้าแต่
ท่านผู้เจริญ ดิฉันมีความประสงค์จะล้อเล่น ไม่ได้
มีจิตประทุษร้าย แต่กรรมอันชั่วช้านั้นดิฉันทำ
แล้ว เด็กหนุ่มเปลือยกาย มีโภคะน้อย ได้สั่งสม
บาปเพื่อจะล้อเล่น จึงต้องเสวยทุกข์ ก็ทุกข์อะไร
เล่าที่เป็นทุกข์กว่าความเปลือยกาย ย่อมมีแก่
เปรตนั้น ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันเห็นเหตุอันน่า
สังเวชและเศร้าหมองนั้นแล้วจึงให้ทาน เพราะ
เหตุนั้นเป็นปัจจัย ขอท่านจงรับผ้า ๘ คู่นี้ ทักษิณา
ที่ดิฉันถวายนี้ จงสำเร็จผลแก่เปรตนั้น
พระเถระทูลว่า เพราะการให้ทาน นัก
ปราชญ์มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น สรรเสริญแล้วโดย
มากแน่แท้ และพระองค์ผู้ให้จงอย่ามีความหมด
เปลืองเป็นธรรม อาตมภาพจะรับผ้า ๘ คู่ของ
มหาบพิตร ขอทักษิณาทานเหล่านี้ จงสำเร็จผล
แก่เปรตนั้น.

458
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 459 (เล่ม 49)

ลำดับนั้น พระเจ้าลิจฉวีทรงชำระพระ-
หัตต์และพระบาทแล้ว ทรงถวายผ้า ๘ คู่แก่
พระเถระ พอพระเถระรับประเคนผ้าเหล่านั้น
แล้ว พระราชาทรงเห็นเปรตนุ่งห่มผ้าเรียบร้อย
ลูบไล้ด้วยจันทร์แดง มีผิวพรรณเปล่งปลั่ง
ประดับประดา นุ่งผ้าดี ขี่ม้าอาชาไนย มีบริวาร
ห้อมล้อม สำเร็จมหิทธิฤทธิ์ของเทวดา ครั้นทรง
เห็นเช่นนั้นแล้ว ทรงปลื้มพระทัย เกิดปีติปรา-
โมทย์ มีพระทัยร่าเริงเบิกบาน พระเจ้าลิจฉวีได้
ทรงเห็นกรรมและวิบากแห่งกรรม แจ้งประจักษ์
ด้วยพรมองค์เองแล้ว จึงเสด็จเข้าไปใกล้ แล้ว
ตรัสกะเปรตนั้นว่า เราจักให้ทานแก่สมณ-
พราหมณ์ทั้งหลาย เราควรให้ทานทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่มีอยู่ ดูก่อนเปรต ท่านมีอุปการะแก่เรามาก.
เปรตนั้นกราบทูลว่า :-
ข้าแต่กษัตริย์ลิจฉวี ก็พระองค์ได้พระ-
ราชทานเพื่อข้าพระองค์ส่วนหนึ่ง แต่การพระ-
ราชทานนั้นมิได้ไร้ผล ข้าพระองค์เป็นเทวดา
ทำความเป็นสหายกับพระองค์ผู้เป็นมนุษย์.

459
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 460 (เล่ม 49)

พระราชตรัสว่า :-
ท่านเป็นคติ เป็นเผ่าพันธุ์ เป็นที่ยึดเหนี่ยว
เป็นมิตร และเป็นเทวดาของเรา ดูก่อนเปรต เรา
ขอทำอัญชลีท่าน ปรารถนาเพื่อจะเห็นท่านแม้
อีก.
เปรตกราบทูลว่า :-
ถ้าพระองค์จักเป็นผู้ไม่มีศรัทธา มีความ
ตระหนี่ มีจิตไม่เลื่อมใส พระองค์จักไม่ได้เห็น
ข้าพระองค์ และข้าพระองค์ก็จักไม่ได้เห็นไม่ได้
เจรจากะพระองค์อีก ถ้าพระองค์จะทรงเคารพ
ธรรม ทรงยินดีในการบริจาคทาน ทรงสงเคราะห์
ทรงเป็นดังบ่อน้ำของสมณพราหมณ์ทั้งหลาย
ด้วยอาการอย่างนี้ พระองค์ก็จักได้ทรงเห็นข้า-
พระองค์ และข้าพระองค์จักได้เห็นได้เจรจากะ
พระองค์ ขอพระองค์โปรดทรงปล่อยบุรุษนี้จาก
หลาวโดยเร็วเถิด เพราะการปล่อยบุรุษนี้ เรา
ทั้งสองจักได้เป็นสหายกัน ข้าพระองค์เข้าใจว่า
เราทั้งสองจักได้เป็นสหายกันและกัน เพราะเหตุ
แห่งบุรุษถูกหลาวเสียบ ก็บุรุษถูกหลาวเสียบนี้
อันพระองค์ทรงรีบปล่อยแล้ว พึงเป็นผู้ประพฤติ
ธรรมโดยเคารพ พึงพ้นจากนรกนั้นแน่นอน พึง

460
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 461 (เล่ม 49)

พ้นจากกรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งเวทนา พระองค์
เสด็จเข้าไปหากัปปิตกภิกษุแล้ว ทรงจำแนกทาน
กับท่าน ในเวลาที่ควรจงเสด็จเข้าไปหาแล้วตรัส
ถามด้วยพระองค์เอง ท่านจักกราบทูลเนื้อความ
นั้นแก่พระองค์ ก็พระองค์ทรงประสงค์บุญ มี
จิตไม่ประทุษร้ายก็เชิญเสด็จเข้าไปหาภิกษุนั้นเถิด
ท่านจักแสดงธรรมทั้งปวงที่ทรงสดับแล้ว และยัง
ไม่ได้ทรงสดับ แก่พระองค์ตามความรู้เห็น
พระองค์ได้ทรงฟังธรรมนั้นแล้ว จักทรงเห็น
สุคติ.
พระเจ้ารหัส ทรงเจรจาทำความเป็นสหาย
กับเทวดานั้นแล้วเสด็จไป ส่วนเปรตนั้นได้กล่าว
กะบริษัทแห่งกษัตริย์ลิจฉวีทั้งหลายพร้อมกับ
บุตรของตน ซึ่งนั่งประชุมกันอยู่ว่า ท่านผู้เจริญ
ทั้งหลาย ขอจงฟังคำอย่างหนึ่งของเรา เราจัก
เลือกพร จักได้ประโยชน์ บุรุษที่ถูกเสียบหลาว
มีกรรมอันหยาบช้า มีอาชญาอันตั้งไว้แล้ว ถูก
หลาวร้อยจะตายหรือไม่ตาย ประมาณ ๒๐ ราตรี
เท่านี้ เดี๋ยวนี้ เราจักปล่อยเขาตามความชอบใจ
ของเรา ขอหมู่ท่านจงอนุญาต จงรีบปล่อยบุรุษ
นั้น และบุรุษอื่นที่พระราชารับสั่งให้ลงอาชญา

461
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 462 (เล่ม 49)

โดยเร็วเถิด ใครพึงบอกท่านผู้ทำกรรมอย่างนั้น
ท่านรู้อย่างไร จึงทำอย่างนั้น หมู่ท่านย่อม
อนุญาตตามชอบใจ พระเจ้าลิจฉวีเสด็จเข้าไปสู่
ประเทศนั้นแล้ว รีบปล่อยบุรุษที่ถูกเสียบหลาว
โดยเร็วและได้ตรัสกะบุรุษนั้นว่า อย่ากลัวเลย
เพื่อนและรับสั่งให้หมอพยาบาล แล้วเสด็จเข้า
ไปหากัปปิตกภิกษุ แล้วทรงถวายทานกับท่าน
ในเวลาอันควร มีพระประสงค์จะทรงทราบเหตุ
จึงเสด็จเข้าไปใกล้แล้วตรัสถามด้วยพระองค์เอง
ว่า บุรุษผู้ถูกเสียบหลาว มีกรรมอันหยาบช้า มี
อาชญาอันตั้งไว้แล้ว ถูกหลาวร้อยจะตายหรือ
ไม่ตายประมาณ ๒๐ ราตรีเท่านี้ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ
เดี๋ยวนี้ ดิฉันปล่อยเขาไปแล้ว เขาไปบอกเปรต
นั้น เหตุอะไร ๆ ที่จะไม่ต้องไปสู่นรกนั้น พึง
หรือหนอ ถ้ามีขอท่านโปรดแก่ดิฉัน ดิฉันรอฟัง
เหตุที่ควรเชื่อถือจากท่าน.
กัปปิตกภิกษุทูลว่า :-
ความพินาศแห่งกรรมเหล่านั้นย่อมไม่มี
ความพินาศในโลกนี้เกิดขึ้นเพราะความไม่รู้แจ้ง
ถ้าเขาพึงเป็นผู้ไม่ประมาท ประพฤติธรรม
ทั้งหลายโดยเคารพตลอดคืนและวัน เขาพึงพ้น

462
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 463 (เล่ม 49)

จากนรกนั้นได้แน่ กรรมอันเว้นจากการให้ผล
พึงมี.
พระราชาตรัสว่า :-
ข้าแต่ท่านผู้เจริญผู้มีปัญญากว้างขวาง
ประโยชน์ของบุรุษผู้นี้ ดิฉันรู้ทั่วถึงแล้ว บัดนี้
ขอท่านอนุเคราะห์ดิฉันบ้าง ขอท่านได้กล่าวตัก-
เตือนพร่ำสอนดิฉัน โดยวิธีที่ดิฉันจะไม่พึงไปสู่
นรกด้วยเถิด.
กัปปิตกภิกษุทูลว่า
วันนี้ ขอมหาบพิตรทรงมีพระทัยเลื่อมใส
ถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ เป็น
สรณะ จงทรงสิกขาบท อย่าให้ขาดและด่าง
พร้อย จงทรงงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์
ทรงยินดีด้วยพระมเหสีของพระองค์ ไม่ทรง
พูดเท็จ ไม่ทรงดื่มน้ำจัณฑ์ และทรงสมาทาน
อุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการอัน
ประเสริฐ เป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร จงทรงพระ-
ราชทานจีวร บิณฑบาต ที่นอน ที่นั่ง คิลาน-
ปัจจัย ข้าว น้ำ ของกิน ของเคี้ยว ผ้า เสนาสนะ
ในภิกษุผู้มีจิตซื่อตรงทั้งหลาย บุญย่อมเจริญ
ทุกเมื่อ ทรงอังคาสภิกษุทั้งหลายผู้สมบูรณ์ด้วย

463
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 464 (เล่ม 49)

ศีล ปราศจากราคะ เป็นพหูสูต ให้อิ่มหนำด้วย
ข้าวและน้ำ บุญย่อมเพิ่มพูนทุกเมื่อ เมื่อบุคคล
เป็นผู้ไม่ประมาท ประพฤติธรรมโดยเคารพ
ตลอดคืนและวันอย่างนี้ พึงพ้นจากนรกนั้น
กรรมที่เว้นจากการให้ผลพึงมี.
พระราชาตรัสว่า :-
วันนี้ ดิฉันมีจิตเลื่อมใส ขอถึงพระพุทธ-
เจ้าพระธรรมและพระสงฆ์ ว่าเป็นสรณะ ขอ
สมาทานสิกขาบท ๕ ไม่ให้ขาดและด่างพร้อย
ของดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ยินดีด้วย
ภรรยาของตน ไม่กล่าวเท็จ ไม่ดื่มน้ำเมา และจัก
สมาทานอุโบสถศีล อันประกอบด้วยองค์ ๘
ประการ อันประเสริฐ เป็นกุศล มีสุขเสนาสนะ
จักถวายจีวร บิณฑบาต ที่นอนที่นั่ง คิลานปัจจัย
ข้าว น้ำ ของกิน ของเคี้ยว ผ้า และเสนาสนะ
แก่ภิกษุทั้งหลายผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ปราศจาก
ราคะ เป็นพหูสูต จักไม่กำหนัด ยินดีแต่ใน
ศาสนาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย.
พระเจ้าลิจฉวีทรงพระนามว่าอัมพสักขระ
ได้เป็นอุบาสกคนหนึ่งในเมืองเวสาลี ทรงมี
ศรัทธามีพระฤทัยอ่อนโยน ทรงทำอุปการะแก่

464