ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 375 (เล่ม 49)

บทว่า ตสฺส ภาตา ได้แก่ เปรตผู้เป็นพี่ชายของสานุวาสีเถระ.
บทว่า วิตริตฺวา แปลว่า เป็นผู้รีบข้ามไปแล้ว, อธิบายว่า มีภัย
เกิดแต่ความสะดุ้ง เพราะเกรงกลัว. อีกอย่างหนึ่งบาลีว่า วิตุริตฺวา
ดังนี้ก็มี อธิบายว่าเป็นผู้รีบด่วน คือ รีบไป. บทว่า เอกปเถ คือ
ในหนทางสำหรับเดินได้คนเดียว. บทว่า เอกโก คือ ไปคนเดียว ไม่มี
เพื่อน. บทว่า จตุกุณฺฑิโก ภวิตฺวาน ความว่า ชื่อว่า จฑุกุณฺฑิโก
เพราะเสวยทุกขเวทนา คือ ยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยองค์ ๔ อธิบาย
ว่า ใช้เข่าทั้ง ๒ มือทั้ง ๒ เป็นและยืน (คลานไป) อธิบายว่า เป็น
อย่างนั้น. จริงอยู่ เปรตนั้น ได้กระทำอย่างนั้นว่า การปกปิดอวัยวะ
อันยังหิริให้กำเริบ ย่อมมีแต่นี้. บทว่า เถรสฺส ทสฺสยีตุมํ ความว่า
อ้างคือ แสดงตนแก่พระเถระ.
บทว่า อมนฺสิกตฺวา ได้แก่ ไม่ทำไว้ในใจ คือ ไม่นึกถึง
อย่างนี้ว่า ผู้นี้ ชื่ออย่างนี้. บทว่า โส จ ได้แก่ เปรตนั้น. บทว่า
ภาตา เปตคโต อหํ มีวาจาประกอบความว่า เปรตนั้น กล่าวอย่างนี้
ว่า เราเป็นพี่ชายในอัตภาพที่เป็นอดีต, บัดนี้ เราเป็นเปรตมา
ในที่นี้ ดังนี้แล้วจึงให้พระเถระรับรู้.
ก็เพื่อจะแสดงประการที่จะให้พระเถระรับรู้ได้ จึงได้กล่าว
คาถา ๓ คาถา โดยนัยมีอาทิว่า มาตา ปิตา จ ดังนี้. บรรดาบท
เหล่านั้น บทว่า มาตา ปิตา จ เต แปลว่า มารดาและบิดาของท่าน.
บทว่า อนุกมฺปสฺสุ ความว่า จงอนุเคราะห์ คือจงทำความเอ็นดู.

375
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 376 (เล่ม 49)

บทว่า อนฺวาทิสาทิ แปลว่า เจาะจง. บทว่า โน ได้แก่ พวกเรา.
บทว่า ตว ทินฺเนน ได้แก่ ด้วยทานที่ท่านให้แล้ว.
พระเถระ ครั้นได้ฟังดังนั้นแล้ว เพื่อจะแสดงข้อที่เปรตนั้น
ปฏิบัติ จงกล่าวคาถาทั้งหลายว่า :-
พระเถระกับภิกษุอื่นอีก ๑๒ รูป เที่ยวไป
บิณฑบาตแล้ว กลับมาประชุมกันในที่เดียวกัน
เพราะเหตุแห่งภัตกิจ, พระเถระจึงกล่าวกะภิกษุ
ทั้งหมดนั้นว่า ขอท่านทั้งหลายจงให้ภัตตาหาร
ที่ท่านได้แล้วแก่กระผมเถิด กระผมจักทำสังฆ-
ทาน เพื่ออนุเคราะห์หมู่ญาติ ภิกษุเหล่านั้น จึง
มอบถวายพระเถระ พระเถระจึงนิมนต์สงฆ์
ถวายสังฆทานแล้ว อุทิศส่วนกุศลไปให้มารดา
บิดาและพี่ชาย ด้วยอุทิศเจตนาว่า ขอทานนี้ จง
สำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของเรา ขอญาติทั้งหลาย
จงมีความสุขเถิด ในลำดับที่อุทิศให้นั่นเอง
โภชนะอันประณีต สมบูรณ์ มีแกงและกับหลาย
อย่าง เกิดขึ้นแก่เปรตเหล่านั้น ภายหลังเปรตผู้
เป็นพี่ชาย มีผิวพรรณดี มีกำลัง มีความสุข ได้ไป
แสดงตนแก่พระเถระ แล้วกล่าวว่า ข้าแต่ท่าน
ผู้เจริญ โภชนะเป็นอันมาก ที่พวกข้าพเจ้าได้แล้ว
แต่ขอท่านจงดู ข้าพเจ้าทั้งหลาย ยังเป็นคนเปลือย

376
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 377 (เล่ม 49)

กายอยู่ ขอท่านจงพยายาม ให้ข้าพเจ้าทั้งหลาย
ได้ผ้านุ่งห่มด้วยเถิด พระเถระเลือกเก็บผ้าจาก
กองหยากเหยื่อเอามาทำจีวรแล้ว ถวายสงฆ์อัน
มาจากจาตุรทิศ ครั้นถวายแล้ว ได้อุทิศส่วนกุศล
ให้มารดาบิดาและพี่ชาย ด้วยอุทิศเจตนาว่า ขอ
ทานนี้ จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายเถิด ขอพวกญาติ
ของเรา จงมีความสุขเถิด ในลำดับแห่งการอุทิศ
นั้นเอง ผ้าทั้งหลายได้เกิดขึ้นแก่เปรตเหล่านั้น
ภายหลังเปรตเหล่านั้น นุ่งห่มผ้าเรียบร้อย
แล้ว ได้มาแสดงตนแก่พระเถระ กล่าวว่า
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย มีผิวพรรณ
ดี มีกำลัง มีความสุข มีผ้านุ่ง ผ้าห่ม
มากกว่าผ้าที่มีในแคว้นของพระเจ้านันทราช ผ้า
นุ่งผ้าห่มทั้งหลาย ของพวกเราไพบูลย์และมีค่า
มาก คือ ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ ผ้าเปือกไม้ ผ้าฝ้าย
ฝ้าป่าน ผ้าด้ายแกมไหม ผ้าเหล่านั้น แขวนอยู่
ในอากาศ ข้าพเจ้าทั้งหลายเลือกนุ่งห่มแต่ผืนที่
พอใจ ขอท่านจงพยายาม ให้พวกข้าพเจ้าได้
บ้านเรือนเถิด พระเถระสร้างกุฏี มุงด้วยใบไม้
แล้วได้ถวายสงฆ์ ซึ่งมาแต่จตุรทิศ ครั้นแล้วได้
อุทิศส่วนกุศล ให้มารดาบิดาและพี่ชาย ด้วยอุทิศ

377
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 378 (เล่ม 49)

เจตนาว่า ขอผลแต่งการถวายกุฏีนี้ จงสำเร็จแก่
พวกญาติของเรา ขอพวกญาติของเรา จงมีความ
สุขเถิด ในลำดับแห่งการอุทิศนั่นเอง เรือน
ทั้งหลาย คือ ปราสาทและเรือนอย่างอื่น ๆ อัน
บุญกรรมกำหนดแบ่งไว้เป็นส่วน ๆ เกิดขึ้นแล้ว
แก่เปรตเหล่านั้น เรือนของพวกเราในเปตโลกนี้
ไม่เหมือนกับเรือนในมนุษยโลก. เรือนของพวก
เราในเปตโลกนี้ งามรุ่งเรืองสว่างไสวไปทั่วทั้ง
๘ ทิศ เหมือนเรือนในเทวโลก แต่พวกเรายังไม่
มีน้ำดื่ม ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอท่านจงพยายาม
ให้พวกข้าพเจ้า ได้ดื่มด้วยเถิด พระเถระจึงตัก
น้ำเต็มธรรมกรก แล้วถวายสงฆ์ ซึ่งมาแต่จตุรทิศ
แล้วได้อุทิศส่วนกุศลให้แก่มารดาบิดาและพี่ชาย
ด้วยอุทิศเจตนาว่า ขอผลทานนี้ จงสำเร็จแก่พวก
ญาติของเรา ขอพวกญาติของเรา จงมีความสุข
เถิด ในลำดัดแห่งการอุทิศนั่นเอง น้ำดื่ม คือ
สระโบกขรณีกว้าง ๔ เหลี่ยม ลึกมีน้ำเย็น มีท่า
ราบเรียบดี น้ำเย็นกลิ่นหอมหาที่เปรียบมิได้
ดารดาษด้วยกอปทุมและอุบลเต็มด้วยละออง
เกสรบัว อันร่วงหล่นบนวารี ได้เกิดขึ้น เปรต
เหล่านั้น อาบและดื่มกินในสระนั้นแล้ว ไปแสดง

378
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 379 (เล่ม 49)

ตนแก่พระเถระแล้วกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ
น้ำดื่มของพวกข้าพเจ้า มากเพียงพอแล้ว บาป
ย่อมเผล็ดผลเป็นทุกข์แก่พวกข้าพเจ้า พวกข้าพ-
เจ้าพากันเที่ยวไปลำบากในภูมิภาค อันมีก้อน
กรวดและหน่อหญ้าคา ขอท่านพยายาม ให้พวก
ข้าพเจ้า ได้ยานอย่างใดอย่างหนึ่งเถิด พระเถระ
ได้รองเท้าแล้ว ถวายสงฆ์ ซึ่งมาแต่จตุรทิศ ครั้น
แล้วอุทิศส่วนกุศลให้มารดาบิดาและพี่ชาย ด้วย
ทิศเจตนาว่า ขอผลทานนี้ จงสำเร็จแก่พวกญาติ
ของเรา ขอพวกญาติของเรา จงมีความสุขเถิด
ในลำดับแห่งการอุทิศนั่นเอง เปรตทั้งหลาย ได้
พากันมาแสดงตนให้ปรากฏด้วยรถแล้วกล่าวว่า
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ พวกข้าพเจ้า เป็นผู้อันท่าน
อนุเคราะห์แล้ว ด้วยการให้ข้าว ผ้านุ่ง ผ้าห่ม
เรือน น้ำดื่ม และ ยาน เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้า
ทั้งหลาย จึงมาเพื่อจะไหว้ท่านผู้เป็นมุนี มีความ
กรุณาในโลก.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เถโร จริตฺวา ปิณฺฑาย ความว่า
พระเถระเที่ยวจาริกไปบิณฑบาต. บทว่า ภิกฺขู อญฺเญ จ ทฺวาทส
ความว่า ภิกษุอยู่กับพระเถระและภิกษุอื่นอีก ๑๒ รูป ประชุม
ร่วมในที่เดียวกัน. หากมีคำถามสอดเข้ามาว่า เพราะเหตุไร ?

379
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 380 (เล่ม 49)

ตอบว่า เพราะส่วนพิเศษแห่งภัตเป็นเหตุ. อธิบายว่า เพราะภัตกิจ
เป็นเหตุ คือ เพราะการฉันเป็นเหตุ. บทว่า เต โดยภิกษุเหล่านั้น.
บทว่า ยถา ลทฺธํ แปลว่า ตามที่ได้. บทว่า ททาถ แปลว่า จงให้.
บทว่า นิยฺยาทยึสุ แปลว่า ได้ให้แล้ว. บทว่า สงฺฆํ นิมนฺตยิ
ความว่า นิมนต์ภิกษุ ๑๒ รูปนั่นแหละ เพื่อฉันภัตตาหารนั้น โดย
สังฆุทเทศ อุทิศสงฆ์. บทว่า อนฺวาทิสิ ได้แก่ อุทิศให้. บรรดา
ญาติเหล่านั้น เพื่อจะแสดงญาติที่ตนเจาะจงเหล่านั้น จึงกล่าวคำ
ว่า ขอผลทานนี้จงสำเร็จแก่มารดา บิดา และพี่ชาย ขอผลทานนี้จง
สำเร็จแก่พวกญาติของเรา ขอพวกญาติจงมีความสุขเถิด.
บทว่า สมนนฺตรานุทิทิฏฺเฐ แปลว่า พร้อมกันการอุทิศ
นั่นเอง. บทว่า โภชนํ อุปปชฺชถ ความว่า โภชนะย่อมเกิดแก่เปรต
เหล่านั้น. เพื่อจะเลี่ยงคำถามว่า โภชนะเช่นไร ? จึงกล่าวว่า
โภชนะอันสะอาด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อเนกรสพฺยญฺชนํ
ได้แก่ ประกอบด้วยกับข้าวมีรสต่าง ๆ หรือว่า มีรสหลายอย่าง
และมีกับข้าวหลายอย่าง. บทว่า ตโต ได้แก่ ภายหลังแต่การได้โภชนะ.
บทว่า อุทฺทสฺสยี ภาตา ความว่า เปรตผู้เป็นพี่ชาย แสดง
ตนแก่พระเถระ. บทว่า วณฺณวา พลวา สุขี ความว่า เพราะการได้
โภชนะนั้น ทันใดนั้นเอง เปรตนั้นสมบูรณ์ด้วยรูป สมบูรณ์ด้วย
กำลัง มีความสุขทีเดียว. บทว่า ปหูตํ โภชนํ ภนฺเต ความว่า
ท่านผู้เจริญ โภชนะมากมาย คือมิใช่น้อย อันเราได้แล้ว เพราะ
อานุภาพทานของท่าน. บทว่า ปสฺส นคฺคามฺหเส ความว่า ท่านจงดู

380
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 381 (เล่ม 49)

แต่พวกเราเป็นคนเปลือยกาย เพราะฉะนั้น ขอท่านจงบากบั่น
กระทำความพยายามอย่างนั้นเถิด ขอรับ. บทว่า ยถา วตฺถํ ลภามเส
ความว่า ขอท่านทั้งหลายจงพยายามโดยประการ คือโดยความ
พยายามที่ข้าพเจ้าทั้งหมดพึงได้ผ้าเถิด.
บทว่า สงฺการกกูฏมฺหา ได้แก่ จากกองหยากเยื่อในที่นั้น ๆ.
บทว่า อุจฺจินิตฺวาน ได้แก่ ถือเอาโดยการแสวงหา. บทว่า นนฺตเก
ได้แก่ ท่อนผ้าที่เขาทิ้งมีชายขาด. ก็เพราะผ้าเหล่านั้น ชื่อว่า
เป็นผ้าท่อนเก่าขาดรุ่งริ่ง พระเถระเอาผ้าเหล่านั้นทำเป็นจีวรถวาย
สงฆ์ เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ทำผ้าท่อนเก่าให้เป็นผืนผ้า
แล้วอุทิศสงฆ์ผู้มาจากจตุรทิศ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สงฺเฆ
จาตุทฺทิเส อท ความว่า ได้ถวายแก่สงฆ์ ผู้มาจากทิศทั้ง ๔.
ก็บทว่า สงฺเฆ จาตุทฺทิเส นี้ เป็นสัตตมีวิภัติลงในอรรถแห่ง
จตุตถีวิภัติ.
บทว่า สุวตฺถวสโน แปลว่า เป็นนุ่งห่มผ้าดี. บทว่า
เถรสฺส ทสฺสยีตุมํ ความว่า แสดงตน คืออ้างตน ได้แก่ปรากฏ
ตนแก่พระเถระ. ผ้าชื่อว่าปฏิจฉทา เพราะเป็นที่ปกปิด
บทว่า กูฏาคารนิเวสนา ได้แก่ เรือนที่เป็นปราสาท และ
ที่อยู่อาศัยอื่นจากปราสาทนั้น. จริงอยู่ บทว่า กูฏาคารนิเวสนา
นี้ ท่านกล่าวโดยเป็นลิงควิปลาส. บทว่า วิภตฺตา ได้แก่ ที่เขาจัด
แบ่งโดยสันฐาน ๔ เหลี่ยมเท่ากัน ยาว และกลม. บทว่า ภาคโส
มิตา แปลว่า กำหนดเป็นส่วน ๆ. บทว่า โน ได้แก่ ข้าพเจ้าทั้งหลาย

381
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 382 (เล่ม 49)

บทว่า อิธ ได้แก่ เปตโลกนี้. ศัพท์ว่า อปิ ในบทว่า อปิ ทิพฺเพสุ
นี้ เป็นเพียงนิบาต อธิบายว่า ในเทวโลก.
บทว่า กรกํ ได้แก่ ธมกรก. บทว่า ปูเรตฺวา แปลว่า เต็ม
ด้วยน้ำ. บทว่า วาริกิญฺชกฺขปูริตา ได้แก่ เหมือน้ำในที่นั้น ๆ
ดารดาษเต็มด้วยเกสรปทุมและอุบล เป็นต้น บทว่า ผลนฺติ แปลว่า
ย่อมบาน อธิบายว่า แตกออกที่ส้นเท้าและริม ๆ เท้าเป็นต้น.
บทว่า อาหิณฺฑมานา ได้แก่ เที่ยวไปอยู่. บทว่า ขญฺชาม
แปลว่า เขยกไป. บทว่า สกฺขเร กุสกณฺฏเก ได้แก่ ในภูมิภาค
อันมีก้อนกรวด และหน่อหญ้าคา อธิบายว่า เหยียบลงที่ก้อนกรวด
และหน่อหญ้าคา. บทว่า ยานํ ได้แก่ ยานชนิดใดชนิดหนึ่ง มีรถ
และล้อเลือนเป็นต้น. บทว่า สิปาฏิกํ ได้แก่ รองเท้าชั้นเดียว.
ม อักษรในบทว่า รเถน มาคมุํ นี้ ทำการเชื่อมบท คือ
มาด้วยรถ. บทว่า อุภยํ แปลว่า ด้วยการให้ทั้ง ๒ คือ ด้วยการ
ให้ยาน และด้วยการให้ปัจจัย ๔ มีภัตเป็นต้น จริงอยู่ ในการให้
๒ อย่างนั้น แม้การให้เภสัช ท่านก็สงเคราะห์ด้วยการให้น้ำดื่ม
คำที่เหลือง่ายทั้งนั้น เพราะมีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล
พระเถระกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำเรื่องนั้นให้เป็นอัตถุปปัตติเหตุ จึงตรัสว่า
เปรตเหล่านี้ ย่อมเสวยทุกข์อย่างใหญ่ในบัดนี้ ฉันใด แม้ท่านก็
ฉันนั้น เป็นเปรตในอัตตภาพอันเป็นลำดับอันเป็นอดีต แต่อัตตภาพ
นี้ย่อมเสวยทุกข์ใหญ่ ดังนี้แล้ว อันพระเถระทูลอาราธนา จึงทรง

382
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 383 (เล่ม 49)

แสดงเรื่องสุตตเปรตแล้วทรงแสดงธรรมแก่บริษัทผู้ถึงพร้อมแล้ว
มหาชนได้ฟังเรื่องนั้นแล้ว เกิดความสลดใจ ได้เป็นผู้ยินดีในบุญ
กรรมมีทานและศีลเป็นต้นแล.
จบ อรรถกถาสานุวาสีเถรเปตวัตถุที่ ๒

383
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ – หน้าที่ 384 (เล่ม 49)

๓. รถการีเปติวัตถุ
ว่าด้วยอยากอยู่กับนางเปรตในสวนนันทนวัน
มาณพคนหนึ่งถามนางเวมานิกเปรตตนหนึ่งว่า
[๑๑๓] ดูก่อนนางเทวีผู้มีอานุภาพมาก ท่านขึ้น
สู่วิมานมีเสาอันล้วนแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ งาม
ผุดผ่อง มีรูปภาพอันวิจิตรต่าง ๆ อยู่ในวิมานนั้น
ดุจพระจันทร์ในวันเพ็ญงามโชติช่วงในท้องฟ้า
ฉะนั้น อนึ่ง รัศมีของท่านมีสีดังทองคำ ท่านมี
รูปร่างอันอุดมน่าดูน่าชมยิ่งนัก นั่งอยู่แต่ผู้เดียว
บนบัลลังก์อันประเสริฐมีค่ามาก สามีของท่าน
ไม่มีหรือ ก็สระโบกขรณีของท่านเหล่านี้มีอยู่โดย
รอบ มีกอบัวต่าง ๆ เป็นอันมาก มีบัวขาวมาก
เกลือนกล่นด้วยทรายทองโดยรอบ ในสระโบก
ขรณีนั้น หาเปือกตมและจอกแหนมิได้ มีหงส์
น่าดูน่าชมน่ารื่นรมย์ใจเที่ยวแวะเวียนไปในน้ำ
ทุกเมื่อ หงส์ทั้งปวงนั้นมีเสียงไพเราะพากันมา
ประชุมร่ำร้องอยู่ เสียงร่ำร้องแห่งหงส์ในสระ
โบกขรณีของท่าน มิได้ขาดเสียง ดุจเสียงกลอง
ท่านมียศงามรุ่งเรื่อง ลงนั่งอยู่ในเรือ ท่านมี
ขนตาโก่งดำดี มีหน้ายิ้มแย้มพูดจาน่ารักใคร่ มี

384