บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุปฺปณฺฑุกึ แปลว่า มีตัวเหลือง.
บทว่า ฉาตํ ได้แก่ ผู้หิวกระหาย คือถูกความหิวครอบงำ. บทว่า
สมฺปติตจฺฉวึ ได้แก่ ผู้มีผิวแห่งร่างกายแตกออกเป็นริ้ว. บทว่า
โลเก นี้ เป็นบทแสดงอารมณ์ของกรุณาที่กล่าวไว้ในบทว่า
การุณิโก นี้. บทว่า ตํ มํ ได้แก่ ซึ่งดิฉันผู้เป็นเช่นนั้น คือ ดิฉัน
ผู้ตั้งอยู่ในฐานะควรกรุณา โดยส่วนเดียว ตามนัยที่กล่าวไว้แล้ว.
บทว่า ทุคฺคตํ แปลว่าถึงทุคคติ.
บทว่า ภิกฺขูนํ อาโลปํ ทตฺวา ดังนี้เป็นต้น เป็นเครื่องแสดง
อาการที่พระเถระทำความกรุณาแก่ตน. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า
ภตฺตํ ได้แก่ ข้าวสุก, อธิบายว่า โภชนะอันเป็นทิพย์. บทว่า
วสฺสสตํ ทส ได้แก่ ร้อยปี ๑๐ ครั้ง อธิบายว่า ๑,๐๐๐ ปี. ก็คำนี้
เป็นทุติยาวิภัตติ ใช้ในอรรถแห่งอัจจันตสังโยคะ แปลว่า ตลอด.
มีวาจาประกอบความว่า บทว่า ภุญฺชามิ กามกามินี อเนกรสพฺยญฺชนํ
ความว่า ดิฉันประกอบด้วยสิ่งที่น่าต้องการ แม้อื่น ๆ จึงบริโภค
อาหารมีกับข้าวมีรสต่าง ๆ.
ด้วยคำว่า โจฬสฺส นี้ นางเปรตแสดงเฉพาะบุญอันสำเร็จ
ด้วยทาน ซึ่งมีผ้านั้นเป็นอารมณ์ โดยมุ่งเอาไทยธรรมเป็นหลัก .
บทว่า วิปากํ ปสฺส ยาทิสํ ได้แก่ ขอท่านจงดูผลกล่าวคือวิบาก
ของการถวายผ้าเป็นทานนั้นเถิด. เพื่อจะหลีกเลี่ยงคำถามว่า ก็
ผลนั้นเป็นเช่นไร นางเปรตจึงกล่าวคำว่า ยาวตา นนฺทราชสฺส
ดังนี้เป็นต้น.