แล้วกล่าวว่า ข้าแต่ท่านเจริญ นางเวมานิกเปรตตนหนึ่ง ขอฝาก
ไหว้ด้วยเศียรเกล้าแทบพระบาทของพระผู้มีพระภาคเจ้า ดังนี้แล้ว
จึงไปกรุงสาวัตถีแล้วส่งการถวายบังคมไปถึงพระคาสดาว่า ขอ
ท่านทั้งหลายจงถวายบังคมพระศาสดา ตามคำของเราเถิด. และ
ในวันนั้นนั่นเอง นางได้นำเอาเรือนั้นไปจอดยังท่าที่อุบาสกเหล่านั้น
ปรารถนา ด้วยอิทธานุภาพของตน.
ลำดับนั้น พ่อค้าเหล่านั้น ออกจากท่านั้นแล้ว ถึงกรุงสาวัตถี
โดยลำดับ เข้าไปยังพระเชตวัน ถวายคู่ผ้านั้นแด่พระศาสดา และ
ได้ให้พระองค์ทรงทราบถึงการฝากไหว้ของนางแล้วกราบทูล
เรื่องนั้น ตั้งแต่ต้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า. พระศาสดาทรงกระทำ
เรื่องนั้นให้เป็นอัตถุปัตติเหตุแล้ว ทรงแสดงธรรมโดยพิสดาร
แก่บริษัทผู้พรั่งพร้อมกันอยู่. พระธรรมเทศนานั้น ได้มีประโยชน์
แก่มหาชน. ก็ในวันที่ ๒ อุบาสกเหล่านั้น ได้ถวายมหาทาน แก่
ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานแล้ว อุทิศส่วนบุญให้แก่
นางเปรตนั้น. และนางได้จุติจากเปตโลกนั้นแล้ว บังเกิดในวิมาน
ทอง ในภพชั้นดาวดึงส์ อันโชติช่วงไปด้วยรัตนะต่าง ๆ มีนางอัปสร
๑๐๐๐ นางเป็นบริวาร.
จบ อรรถกถาขัลลาฏิยะเปติวัตถุที่ ๑๐