พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 682 (เล่ม 48)

มีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่
ข้าพเจ้า และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ข้าพเจ้า
เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้
และรัศมีของข้าพเจ้าจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
จบสุนิกขิตตวิมาน
จบภาณวารที่ ๔
อรรถกถาสุนิกขิตตวิมาน
สุนิกขิตตวิมาน มีคาถาว่า อุจฺจมิทํ มณิถูณํ เป็นต้น. สุนิกขิตต-
วิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร ?
พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน กรุงสาวัตถี
สมัยนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะจาริกไปในเทวโลก ถึงสวรรค์ชั้น
ดาวดึงส์ ขณะนั้นเทพบุตรองค์หนึ่งยืนอยู่ที่ประตูวิมานของตน เห็นท่าน
พระมหาโมคคัลลานะเกิดความเคารพนับถือมาก เข้าไปหาแล้วไหว้ด้วย
เบญจางคประดิษฐ์ ยืนประคองอัญชลีอยู่.
เล่ากันมาว่า เทพบุตรนั้น ในอดีตกาล ครั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระนามว่ากัสสปะเสด็จดับขันธปรินิพพาน มหาชนได้สร้างพระสถูปทอง
โยชน์หนึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระองค์ บริษัท ๔ ได้พากัน
เข้าไปบูชาพี่พระเจดีย์ด้วยของหอมดอกไม้และธูปเป็นต้นเสมอ ๆ เมื่อคน
อื่น ๆ ไปบูชาด้วยดอกไม้ที่พระเจดีย์นั้น อุบาสกคนหนึ่งเห็นดอกไม้ที่

682
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 683 (เล่ม 48)

วางไว้ไม่เรียบร้อยในที่ที่คนทั้งหลายเหล่านั้นบูชา จึงจัดวางดอกไม้เหล่า
นั้นอย่างเรียบร้อยทีเดียวในที่นั้นเอง ได้บูชาด้วยดอกไม้ซึ่งจัดอย่างวิเศษ
เป็นส่วน ๆ มีสัณฐานน่าดูน่าเลื่อมใส ครั้นแล้วก็ยึดการบูชาด้วยดอกไม้
นั้นเป็นอารมณ์ ระลึกถึงพระคุณของพระศาสดา มีจิตเลื่อมใส ตั้งบุญ
นั้นไว้ในหทัย.
เวลาต่อมา อุบาสกนั้นทำกาละตายไปบังเกิดในวิมานทอง ๑๒ โยชน์
ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ด้วยอานุภาพแห่งกรรมนั้นเอง เขาได้มีอานุภาพ
มากและบริวารมาก. คำว่า ตสฺมึ ขเณ อญฺญตโร เทปุตฺโต ฯ เป ฯ
อฏฺฐาสิ ดังนี้ กล่าวหมายถึงเทพบุตรนั้น.
ลำดับนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ถามถึงกรรมสุจริตที่เทพ-
บุตรกระทำ โดยมุ่งประกาศสมบัติตามที่ได้ไว้ ด้วยคาถาเหล่านี้ว่า
วิมานเสาแก้วมณีนี้สูง ๑๒ โยชน์ โดยรอบมี
ห้องรโหฐานงามโอฬาร ๗๐๐ ห้อง ล้วนเสาแก้ว
ไพฑูรย์ ปูลาดด้วยเครื่องปูลาดที่งดงาม ท่านนั่ง
และดื่มกินในวิมานนั้น และพิณทิพย์ก็บรรเลงไพเราะ
มีกามคุณห้า มีรสเป็นทิพย์ และเทพนารีที่แต่งองค์
ด้วยทองฟ้อนรำอยู่ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีวรรณะ
งามเช่นนั้น เพราะบุญอะไร ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่
ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน.
ดูก่อนเทพบุตรผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถาม
ท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะ

683
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 684 (เล่ม 48)

บุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมี
ของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
เทพบุตรนั้นได้กล่าวถึงกรรมที่ตนการทำแก่พระมหาโมคคัลลานเถระ
นั้นด้วยคาถาหลายคาถา พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลายเมื่อแสดงเรื่องนั้น
กล่าวว่า
เทพบุตรนั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว
ครั้นแล้วก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
ข้าพเจ้าได้จัดดอกไม้ที่เขาวางกันไว้ไม่เรียบร้อย
ให้เรียบร้อย แล้ววางไว้ที่พระสถูปของพระสุคต จึง
เป็นผู้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก พรั่งพร้อมไปด้วย
กามทั้งหลายอันเป็นทิพย์ เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึง
มีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่
ข้าพเจ้า และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดขึ้นแก่
ข้าพเจ้า.
ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ข้าพเจ้าขอ
บอกท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ข้าพเจ้าได้ทำบุญ
ใดไว้ เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง
อย่างนี้ และรัศมีของข้าพเจ้าจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทุนฺนิกฺขิตฺตํ มาลํ ได้แก่ วางไว้ไม่
เรียบร้อย เพราะวางตามสะดวกใจ ไม่วางโดยจัดแต่งเป็นพิเศษมีวาง
ติด ๆ กันเป็นต้น ในสถานที่กระทำการบูชาที่พระเจดีย์ อีกอย่างหนึ่ง

684
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 685 (เล่ม 48)

ดอกไม้วางไว้ไม่เรียบร้อยเพราะถูกลมพัด. บทว่า สุนิกฺขิปิตฺวา ได้แก่
วางไว้เรียบร้อย คือวางให้น่าดูน่าเลื่อมใส โดยจัดแต่งเป็นพิเศษ. บทว่า
ปติฏฺฐเปตฺวา ได้แก่ ให้ดอกไม้ตั้งอยู่อย่างวิเศษเป็นส่วน ๆ เป็นต้น
อีกอย่างหนึ่ง พึงเห็นเนื้อความในที่นี้อย่างนี้ว่า เมื่อวางดอกไม้นั้น เพ่ง
พระเจดีย์ของพระศาสดา ให้กุศลธรรมตั้งอยู่ในสันดานของเรา. คำที่
เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.
จบอรรถกถาสุนิกขิตตวิมาน
จบอรรถกถาสุนิกขิตตวรรคที่ ๗ ประดับด้วยเรื่อง ๑๑ เรื่อง ใน
วิมานวัตถุ แห่งปรมัตถทีปนี อรรถกถาขุททกนิกาย ด้วยประการฉะนี้.
จบอรรถกถาปุริสวิมาน
รวมวิมานที่มีในวรรคนี้คือ
๑. จิตตลดาวิมาน ๒. นันทนวิมาน ๓. มณิถูณวิมาน ๔. สุวรรณ-
วิมาน ๕. อัมพวิมาน ๖. โคปาลวิมาน ๗. กัณฐกวิมาน ๘. อเนก-
วัณณวิมาน ๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน ๑๐. เสริสสกวิมาน ๑๑. สุนิกขิตต-
วิมาน และอรรถกถา.

685
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 686 (เล่ม 48)

นิคมกถา
คำท้ายเรื่อง
ก็ด้วยกถาเพียงที่กล่าวมานี้
เทศนาอันใด อำนวยประโยชน์แก่โลกทั้งปวง
เมื่อจะประกาศสมบัติมีวิมานเป็นต้น ของเทวดาทั้ง-
หลาย และเหตุของวิมานนั้นแก่สัตว์ทั้งหลาย ย่อม
ชี้ชัดถึงความที่บุญทั้งหลายแม้จำนวนเล็กน้อย ก็มี
ผลโอฬารเพราะเจตนา [ ของทายก ] และพระ-
ทักขิไณยบุคคลพรั่งพร้อม. พระธรรมสังคาหกาจารย์
ทั้งหลายผู้ฉลาดในกถาวัตถุ และรู้เรื่องอย่างดี ร่วม
กันสังคายนา เทศนาใดไว้ว่า วิมานวัตถุ เพื่อจะ
ประกาศความของวิมานวัตถุนั้น ข้าพเจ้าได้อาศัย
นัยที่มาในอรรถกถาเก่า จึงเริ่มแต่งอรรถกถา ซึ่งมี
ชื่อว่า ปรมัตถทีปนี เพราะประกาศปรมัตถ์อรรถ
อย่างสูง ในวิมานวัตถุนั้น ตามสมควรในเรื่องนั้น ๆ
อรรถกถาปรมัตถทีปนีนั้น มีบาลีจำนวน ๑๗ ภาณวาร
มีวินิจฉัยอันไม่สับสน ก็จบลงแล้ว ดังนั้น ข้าพเจ้า
ผู้แต่งอรรถกถาปรมัตถทีปนีนั้น ได้ประสบบุญอันใด
ด้วยอานุภาพแห่งบุญอันนั้น ขอสัตว์ผู้มีเรือนร่างจง
หยั่งรากมั่นคงลงสู่คำสั่งสอนของพระโลกนาถ ด้วย

686
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 687 (เล่ม 48)

ข้อปฏิบัติมีศีลเป็นต้นอันบริสุทธิ์ จงเป็นภาคีมีส่วน
แห่งวิมุตติรสกันหมดทุกตัวสัตว์เถิด. ขอศาสนาของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จงดำรงยั่งยืนอยู่ในโลก ขอ
หมู่ปราณสัตว์ทุกหมู่เหล่า จงมีความเคารพในศาสนา
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นนิจเถิด ขอฝนจง
ตกต้องตามฤดูกาล ขอพระราชาผู้เป็นเจ้าแผ่นดิน
ผู้แนบแน่นในพระสัทธรรม จงปกครองประชาชาว
โลก โดยธรรม เทอญ.
จบอรรถกถาขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ชื่อปรมัตถทีปนี ที่อาจารย์
ธรรมปาละผู้อยู่ในพทรติตถวิหารแต่งไว้ ด้วยประการฉะนี้.
จบอรรถกถาวิมานวัตถุ

687
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 1 (เล่ม 49)

พระสุตตันตปิฎก
ขุททกนิกาย เปตวัตถุ
เล่มที่ ๒ ภาคที่ ๑
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
๑. เขตตูปมาเปตวัตถุ
ว่าด้วยพระอรหันต์เปรียบเหมือนนา
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ความว่า
[๘๖] พระอรหันต์ทั้งหลายเปรียบด้วยนา ทายก
ทั้งหลายเปรียบด้วยชาวนา ไทยธรรมเปรียบด้วย
พืช ผลทานย่อมเกิดแต่การบริจาคไทยธรรมของ
ทายกแก่ปฏิคคาหก พืชนาและการหว่านพืชนั้น
ย่อมให้เกิดผลแก่เปรตทั้งหลายและทายก เปรต
ทั้งหลายย่อมบริโภคผลนั้น ทายกย่อมเจริญด้วย
บุญ ทายกทำกุศลในโลกนี้แล้ว อุทิศให้เปรต
ทั้งหลาย ครั้นทำกรรมดีแล้วย่อมไปสวรรค์.
จบ เขตตูปมาวัตถุที่ ๑

1
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 2 (เล่ม 49)

ปรมัตถทีปนี
อรรถกถาขุททกนิกาย เปตวัตถุ
กถาเริ่มต้นปกรณ์
ข้าพเจ้า ขอนมัสการ ซึ่งพระโลกนาถเจ้า
ผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณาคุณ ผู้บรรลุฝั่งแห่ง
สาครคือไญยธรรม ผู้มีเทศนานัยอันละเอียด
ลึกซึ้งและวิจิตร.
ข้าพเจ้า ขอนมัสการ ซึ่งพระธรรมเจ้า อัน
สูงสุดนั้น ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงบูชาแล้ว
ซึ่งเป็นเครื่องนำสัตว์เพียบพร้อมด้วยวิชา และ
จรณะให้ออกจากโลก.
ข้าพเจ้า ขอนมัสการ ซึ่งพระอริยสงฆ์ ผู้
เพียบพร้อมด้วยคุณมีศีลเป็นต้น ผู้ดำรงอยู่ใน
มรรคและผล ผู้เป็นบุญเขต อันยอดเยี่ยม.
ด้วยเดชแห่งบุญ อันเกิดจากการนมัสการ
พระรัตนตรัย ดังกล่าวมาแล้วนี้ ขอข้าพเจ้า จง
เป็นผู้มีอันตรายอันห้วงบุญนั้น กำจัดแล้วในที่
ทุกสถาน ก็เทศนาใด ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ประกาศถึงกรรมที่เปรตทั้งหลาย กระทำไว้ใน

2
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 3 (เล่ม 49)

ชาติก่อน อันเป็นเหตุนำมาซึ่งความเป็นเปรต
โดยความต่างกันแห่งผลกรรมของเปรตเหล่านั้น
อันนำความสังเวชให้เกิดโดยพิเศษ ทำกรรมและ
ผลของกรรมให้ประจักษ์ เทศนานั้นมีเรื่องที่
ทราบกันดีแล้ว โดยชื่อว่า เปตวัตถุ ที่ท่านผู้แสวง
หาคุณอันยิ่งใหญ่ ได้สังคายนาไว้แล้ว ในขุททก-
นิกาย. ข้าพเจ้า จะยึดเอานัยแห่งอรรถกถาเก่า
ของเปตวัตถุนั้นมาชี้แจงถึงเหตุในเรื่องนั้น ๆ
ให้แจ่มแจ้งโดยพิเศษ จักกระทำอรรถสังวรรณนา
อันงดงามบริสุทธิ์ด้วยดี ไม่ปะปน มีอรรถและ
วินิจฉัยอันละเอียด ไม่ค้านกับลัทธิของพระมหา-
เถระผู้อยู่ในมหาวิหารตามกำลัง ขอสาธุชน
ทั้งหลายจงตั้งใจสดับ อรรถสังวรรณนานั้นของ
ข้าพเจ้า ผู้กล่าวอยู่โดยเคารพ เทอญ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เปตวตฺถุ ได้แก่ กรรมอันเป็นเหตุให้
สัตว์นั้น ๆ มีบุตรแห่งเศรษฐีเป็นต้น เกิดเป็นเปรต. ก็พระปริยัติธรรม
อันเป็นไปโดยประกาศถึงกรรมนั้น มีอาทิว่า พระอรหันต์ทั้งหลาย
เปรียบด้วยนา ท่านประสงค์เอา เปตวัตถุในที่นี้.
ถามว่า เปตวัตถุนี้นั้น ใครกล่าว กล่าวที่ไหน กล่าวเมื่อไร
และเพราะเหตุไรจึงกล่าว ? ข้าพเจ้าจะเฉลย : จริงอยู่เปตวัตถุนี้
เกิดด้วยเหตุ ๒ อย่าง คือ ด้วยเหตุที่เกิดขึ้นแห่งเรื่อง ๑ ด้วยอำนาจ

3
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๒ - หน้าที่ 4 (เล่ม 49)

คำถามและคำตอบ ๑. ในสองอย่างนั้น ที่เกิดด้วยอัตถุปปัตติเหตุ
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส นอกนั้น พระนารทเถระเป็นต้น เป็น
ผู้ถาม พวกเปรตนั้น ๆ เป็นผู้แก้. ก็เพราะเหตุที่เมื่อพระนารทเถระ
เป็นต้น กราบทูลถึงคำถามและคำตอบนั้น ๆ พระศาสดาจึงกระทำ
เรื่องนั้น ๆ ให้เป็นอัตถุปปัตติเหตุแล้ว แสดงธรรมแก่บริษัท
พร้อมหน้ากัน. ฉะนั้น เปตวัตถุนั้นทั้งหมด จึงเป็นอันชื่อว่า พระ-
ศาสดาตรัสทั้งนั้น. จริงอยู่ เมื่อพระศาสดาทรงประกาศพระธรรม-
จักรอันบวร ประทับอยู่ในที่นั้น ๆ มีกรุงราชคฤห์เป็นต้น เปตวัตถุ
นั้น ๆ จึงขึ้นสู่เทศนา โดยกระทำกรรมและผลของกรรม แห่งสัตว์
ทั้งหลายให้ประจักษ์ ด้วยการถามและแก้ไขอัตถุปปัตติเหตุนั้น ๆ
โดยมาก ดังนั้น ในที่นี้เทศนานี้ จึงเป็นการตอบโดยทั่วไป แห่งบท
ทั้งหลายว่า เกน ภาสิตํ ดังนี้เป็นต้น เป็นอันดับแรก. แต่เมื่อว่า
โดยไม่ทั่วไป เทศนานี้ จักมาในอรรถวรรณนาแห่งเรื่องนั้น ๆ นั่นแล.
ก็เปตวัตถุนี้นั้น นับเนื่องในสุตตันตปิฎก ในบรรดาปิฎก ๓ คือ
วินัยปิฎก สุตตันตปิฎก และอภิธัมมปิฎก นับเนื่องในขุททกนิกาย
ในบรรดานิกาย ๕ คือ ทีฆนิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย
อังคุตตรนิกาย และขุททกนิกาย สงเคราะห์เข้าในคาถา ในบรรดา
ศาสนามีองค์ ๙ คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน
อิติวุตตก ชาดก อัพภูตธรรม และเวทัลละ. สงเคราะห์เข้าใน
ธรรมขันธ์เล็กน้อย ในบรรดาธรรมขันธ์ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
ที่พระอานนท์ผู้ธรรมภัณฑาคาริก ได้ปฏิญญาณไว้อย่างนี้ว่า

4