อเนกจิตตาวิตโต ดังนี้ก็มี เนื้อความก็อย่างนั้นนั่นแหละ แต่ทำให้ยาว
ออกไปก็เพื่อสะดวกในการผูกคาถา. บทว่า ปุถู จ เนมี จ แปลว่า
กงใหญ่ อักษร จ ตัวหนึ่งเป็นเพียงนิบาต. บทว่า สหสฺสรํสิโก แปลว่า
มีรัศมีหลายพัน บาลีว่า สหสฺสรํสิโย ก็มี แต่อาจารย์บางพวกกล่าวว่า
นตา รํสิโย ก็มี. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นตา ได้แก่ ตัวกงรถ
โค้งเหมือนคันธนูไม่มีสาย. บทว่า สหสฺสรํสิโย ได้แก่ มีเปลวรัศมี
แผ่กระจายเหมือนดวงอาทิตย์. บทว่า เตสํ ได้แก่ ตัวกงทั้งหลายมี
กระดิ่งห้อยอยู่.
บทว่า สิรสฺมึ แปลว่า ที่หัว ความว่า งอนรถ หรืองอนที่รถนั้น.
บทว่า จิตฺตํ แปลว่า วิจิตร. บทว่า มณิจนฺทกปฺปิตํ ความว่า แต่ง
เป็นดวงจันทร์แก้วมณี คือ ร้อยด้วยแก้วมณีเหมือนดวงจันทร์ ด้วยบทว่า
รุจิรํ ปภสฺสรํ นี้ ท่านแสดงว่า งอนรถนั้นเหมือนดวงจันทร์ทีเดียว. แต่
ด้วยบทว่า สทา วิสุทฺธํ นี้ แสดงว่า งอนรถนั้นวิเศษกว่าดวงจันทร์
ด้วยซ้ำไป. บทว่า สุวณฺณราชีหิ ได้แก่ ลายทองที่ทรวดทรงกลมใน
ระหว่าง ๆ. บทว่า สงฺคตํ แปลว่า ประกบ. บทว่า เวฬุริยราชีว
ความว่า งามคล้ายลายแก้วไพฑูรย์ เพราะดวงจันทร์แก้วมณีขจิตด้วย
ลายทองในระหว่าง ๆ อาจารย์บางพวกกล่าวว่า เวฬุริยราชีหิ ลายแก้ว
ไพฑูรย์ ก็มี.
บทว่า วาฬี แปลว่า มีขนหาง. ท่านกล่าวหมายเอาม้าทั้งหลาย
ที่มีขนหางสมบูรณ์ ปาฐะว่า วาชี ก็มี. บทว่า มณิจนฺทกปฺปิตา ได้แก่
แต่งแก้วมณีเป็นรูปดวงจันทร์ ในที่ที่ห้อยขนหางจามร. บทว่า อาโรห-
กมฺพู แปลว่า ทั้งสูงทั้งใหญ่เหมาะแก่ม้านั้น ความว่า ถึงพร้อมด้วย