พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 512 (เล่ม 48)

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นิชฺฌตฺโตมฺหิ ได้แก่ เป็นผู้เพ่งพินิจ
คือไปแล้ว ด้วยความเข้าใจ ด้วยสัญญาในโอชะแห่งธรรม. บทว่า สุภฏฺเฐน
แปลว่า ที่กล่าวแล้วด้วยดี.
ลำดับนั้น พระเถระเมื่อพร่ำสอนพระกุมารนั้น ได้ภาษิตคาถานี้ว่า
ท่านจงอย่าถึงอาตมาเป็นสรณะเลย อาตมาถึง
พระมหาวีรศากยบุตรใดเป็นสรณะ ท่านจงถึงพระ-
มหาวีรศากยบุตรนั้นเป็นสรณะเถิด.
ต่อนั้น พระราชกุมารตรัสอย่างนี้ว่า
ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ พระศาสดาของท่านพระ-
องค์นั้นประทับอยู่ในชนบทไหน แม้ข้าพเจ้าก็จักไป
เฝ้าพระชินะผู้หาบุคคลเปรียบมิได้.
พระเถระทูลอีกว่า
พระศาสดาเป็นบุรุษอาชาไนย มีพระสมภพ
แต่ราชสกุลพระเจ้าโอกกากราช ในชนบททิศตะวัน-
ออก แต่พระองค์เสด็จปรินิพพานเสียแล้ว.
พระเถระกล่าวว่า ปุรตฺถิมสฺมึ ชนปเท ในคาถานั้น เพราะ
มัชฌิมประเทศอยู่ทางทิศตะวันออก จากประเทศที่พระเถระนั่งอยู่.
ราชโอรสนั้นฟังธรรมเทศนาของพระเถระอย่างนี้แล้ว มีใจเลื่อมใส
ก็ตั้งอยู่ในสรณะและศีล เพราะเหตุนั้น พระธรรมสังคาหกาจารย์ทั้งหลาย
จึงกล่าวว่า

512
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 513 (เล่ม 48)

ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ ถ้าพระพุทธเจ้าผู้เป็น
ศาสดาของท่านยังดำรงพระชนม์อยู่ ถึงไกลหลาย
พันโยชน์ ข้าพเจ้าก็จะไปเฝ้าใกล้ ๆ แต่เพราะพระ-
ศาสดาของท่านเสด็จปรินิพพานเสียแล้ว ข้าพเจ้าก็
ขอถึงพระมหาวีระผู้เสด็จปรินิพพานแล้วเป็นสรณะ
ขอถึงพระพุทธเจ้า ทั้งพระธรรมอันยอดเยี่ยม ทั้ง
พระสงฆ์ ผู้เป็นสรณะของมนุษย์และเทวดา ว่าเป็น
สรณะ.
ข้าพเจ้าของดเว้นปาณาติบาตทันที ของดเว้น
อทินนาทานในโลก ไม่ดื่มน้ำเมา และไม่กล่าวเท็จ
เป็นผู้ยินดีด้วยภริยาของตน.
พระราชกุมารตั้งอยู่ในสรณะและศีลอย่างนี้แล้ว พระเถระก็ทูล
อย่างนี้ว่า ดูก่อนราชกุมาร ไม่มีประโยชน์ที่ท่านจะอยู่ป่าในที่นี้ ท่านจะมี
ชีวิตอยู่ไม่นาน ภายใน ๕ เดือนเท่านั้นท่านจักสิ้นพระชนม์ ฉะนั้น ท่าน
ควรไปยังสำนักพระราชบิดาของท่าน ทำบุญทั้งหลายมีให้ทานเป็นต้น พึง
เป็นผู้มีสวรรค์ เป็นที่ไปในเบื้องหน้า ดังนี้แล้ว แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ
ในสำนักของตนให้ ราชกุมารนั้นเมื่อจะไป ตรัสว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ
ข้าพเจ้าจักไปจากที่นี้ตามคำของท่าน แม้ท่านก็พึงไปในที่นั้น เพื่อ
อนุเคราะห์ข้าพเจ้า ทราบว่าพระเถระรับนิมนต์แล้ว ไหว้ ทำประทักษิณ
แล้วเสด็จไปนครของพระบิดาเข้าไปยังอุทยาน แจ้งให้กราบทูลพระราชา
ทรงทราบว่า ตนมาแล้ว.

513
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 514 (เล่ม 48)

พระราชาทรงสดับเรื่องนั้น พร้อมด้วยบริวารเสด็จไปอุทยาน สวม
กอดพระกุมาร นำเข้าในเมือง มีพระราชประสงค์จะอภิเษก พระกุมาร
ทูลว่า ข้าแต่เทวะ ข้าพระองค์มีอายุน้อย จากนี้ไป ๔ เดือน ก็จักทาย
ข้าพระองค์จะต้องการอะไรด้วยราชสมบัติ ข้าพระองค์จักอาศัยพระองค์
ทำบุญเท่านั้น แล้วประกาศคุณของพระเถระ และอานุภาพของพระรัตน-
ตรัย พระราชาทรงสดับดังนั้น ทรงสลดพระทัย เลื่อมใสในพระรัตนตรัย
และพระเถระ โปรดให้สร้างวิหารใหญ่ แล้วทรงส่งทูตไปสำนักของ
พระมหากัจจายนเถระ แม้พระเถระก็ได้มาอนุเคราะห์พระราชาและมหาชน
พระราชาพร้อมด้วยข้าราชบริวารเสด็จไปต้อนรับแต่ไกลทีเดียว นิมนต์
พระเถระให้เข้าวิหาร บำรุงด้วยปัจจัยสี่โดยเคารพ ตั้งอยู่ในสรณะและศีล
ทั้งหลาย พระกุมารสมาทานศีลทั้งหลาย บำรุงพระเถระและภิกษุทั้งหลาย
โดยเคารพ ให้ทาน ฟังธรรม ล่วงไปสี่เดือนก็สิ้นพระชนม์ไปบังเกิดใน
ภพดาวดึงส์ รถขนาดเจ็ดโยชน์ประดับด้วยรัตนะเจ็ดเกิดขึ้นด้วยบุญญานุ-
ภาพของเทวบุตรนั้น เทวบุตรนั้นมีอัปสรเป็นบริวารหลายพัน.
พระราชาทรงทำสักการะสรีระของพระกุมาร และถวายมหาทาน
แด่ภิกษุสงฆ์ ทำการบูชาพระเจดีย์ มหาชนประชุมกันในที่นั้น แม้พระ-
เถระพร้อมด้วยบริวารก็ได้เข้าไปยังประเทศนั้น ครั้งนั้น เทวบุตรตรวจดู
กุศลกรรมที่ตนทำไว้ คิดด้วยความเป็นผู้กตัญญูว่า เราจักไปไหว้พระเถระ
และจักทำศาสนคุณให้ปรากฏ ขึ้นรถทิพย์ มาปรากฏรูปให้เห็นพร้อมด้วย
บริวารเป็นอันมาก ลงจากรถไหว้แทบเท้าพระเถระ ทำปฏิสันถารกับบิดา
เข้าไปยืนประคองอัญชลีอยู่ใกล้พระเถระ พระเถระได้ถามเทวบุตรนั้น
ด้วยคาถาเหล่านั้นว่า

514
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 515 (เล่ม 48)

พระอาทิตย์มีรัศมีมาก ส่องแสงไปในท้องฟ้า
ตามลำดับตลอดทิศ ประการไร ๆ รถใหญ่ของท่าน
นี้ ก็มีประการอย่างนั้น แผ่แสงไปโดยรอบกว้าง
ร้อยโยชน์ หุ้มด้วยแผ่นทองโดยรอบ คานรถนั้น
วิจิตรด้วยแก้วมุกดาและแก้วมณี มีลายทองและเงิน
ทำด้วยแก้วไพฑูรย์ สร้างไว้อย่างดีสง่างาม งอนรถ
สร้างด้วยแก้วไพฑูรย์ แอกรถวิจิตรด้วยแก้วทับทิม
แม้ม้า ( เทียมรถ ) ก็ประดับด้วยทองและเงิน สง่า
งาม วิ่งเร็วทันใจ ท่านนั้นยืนสง่าอยู่ในรถทอง มี
พาหนะเทียมม้าพันหนึ่ง ดังท้าวสักกะจอมทวยเทพ
ก่อนท่านผู้มียศ อาตมาขอถามท่านผู้ชาญฉลาด
ยศอันโอฬารนี้ ท่านได้มาอย่างไร.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สหสฺสรํสี แปลว่า พระอาทิตย์
ก็พระอาทิตย์นั้น ท่านเรียกว่า สหสฺสรํสี เพราะมีรัศมีหลายพัน. บทว่า
ยถา มหปฺปโภ ได้แก่ มีรัศมีเหมาะแก่ความใหญ่ของตน เหมือน
อย่างว่า ดวงไฟที่เสมอเหมือนกับดวงอาทิตย์โดยความใหญ่ ย่อมไม่มี
ฉันใด ที่เสมอเหมือน แม้โดยรัศมี ก็ไม่มีฉันนั้น จริงอย่างนั้น ดวงอาทิตย์
นั้นย่อมแผ่แสงสว่างถึงสามทวีปใหญ่ในขณะเดียวกัน. บทว่า ทิสํ ยถา
ภาติ นเภ อนุกฺกมํ ความว่า พระอาทิตย์เมื่อโคจรคล้อยเคลื่อนไป
ตลอดทิศ อย่างไรทีเดียว ย่อมส่องแสงสว่างโชติช่วงในท้องฟ้า คือใน
อากาศ อย่างไร คือด้วยประการใด. บทว่า ตถาปกาโร ได้แก่ มี

515
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 516 (เล่ม 48)

อาการเช่นนั้น. บทว่า ตวายํ ตัดบทเป็น ตว อยํ แปลว่า ของท่านนี้.
บทว่า สุวณฺณปฏฺเฏห แปลว่า ด้วยแผ่นที่สำเร็จด้วยทอง. บทว่า
สมนฺตโมตฺถโฏ ได้แก่ ถูกปิดโดยรอบ. บทว่า อุรสฺส ตัดบทเป็น อุโร
อสฺส แปลว่า คานของรถนั้น ท่านเรียกโคนงอนรถ ว่าคานของรถ ก็มี.
บทว่า เลขา ได้แก่ ลายมีมาลากรรมลายดอกไม้และลดากรรมลายเครือ
เถาเป็นต้น ที่สำเร็จด้วยแก้วไพฑูรย์ ท่านกล่าวว่า สุวณฺณเสฺส จ
รูปิยสฺส จ ดังนี้ เพราะลายเหล่านั้นปรากฏบนแผ่นทองและแผ่นเงิน
ทั้งหลาย. บทว่า โสเภนฺติ แปลว่า ทำรถให้งาม.
บทว่า สีสํ ได้แก่ หัวทูบรถ. บทว่า เวฬุริยสฺส นิมฺมิตํ
แปลว่า สร้างด้วยแก้วไพฑูรย์ ความว่า สำเร็จด้วยแก้วไพฑูรย์. บทว่า
โลหิตกาย ได้แก่ ด้วยแก้วทับทิม หรือด้วยแก้วมณีแดงอย่างใดอย่าง
หนึ่ง. บทว่า ยุตฺตา แปลว่า ประกอบแล้ว. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า
โยตฺตา สุวณฺณสฺส จ รูปิยสฺส จ ความว่า เชือกสำเร็จด้วยทอง
และสำเร็จด้วยเงิน อธิบายว่า เครื่องผูกตีนช้าง [ ตกปลอก ].
บทว่า อธิฏฺฐิโต ความว่า ยืนข่มที่นี้เสียสิ้นด้วยเทวฤทธิ์ของตน.
บทว่า สหสฺสวาหโน แปลว่า มีพาหนะเทียมด้วยม้าพันหนึ่ง อธิบายว่า
มีรถเทียนด้วยม้าอาชาไนยพันหนึ่ง เหมือนท้าวสักกะจอมทวยเทพ. บทว่า
ยสวนฺต เป็นอาลปนะคำร้องเรียก ความว่า ดูก่อนท่านผู้มียศ. บทว่า
โกวิทํ ได้แก่ มีกุศลญาณ หรือชาญฉลาดในกระบวนการขับรถ. บทว่า
อยํ อุฬาโร อธิบายว่า ยศอันโอฬารคือใหญ่ นี้.

516
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 517 (เล่ม 48)

เทวบุตรถูกพระเถระถามอย่างนี้แล้ว ได้พยากรณ์ด้วยคาถาเหล่านี้
ว่า
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าเป็นราชโอรส ชื่อ
สุชาต ในชาติก่อน และท่านได้อนุเคราะห์ให้ข้าพเจ้า
ได้ตั้งอยู่ในสัญญมะ ท่านทราบว่าข้าพเจ้าหมดอายุ
ได้มอบพระบรมสารีริกธาตุของพระศาสดาด้วยกล่าว
ว่า ดูก่อนสุชาต เธอจงบูชาพระบรมสารีริกธาตุนี้
การบูชานั้นจักเป็นประโยชน์แก่เธอเอง.
ข้าพเจ้าได้ขวนขวายบูชาพระบรมสารีริกธาตุ
นั้น ด้วยของหอมและดอกไม้ทั้งหลาย ครั้นละร่าง
มนุษย์แล้ว ได้เข้าถึงนันทนอุทยาน มีอัปสรห้อม
ล้อม รื่นรมย์ด้วยการฟ้อนรำขับร้องอยู่ในนันทนอุท-
ยาน อันเลิศน่าร่มรื่น ประกอบด้วยฝูงปักษานานา-
พรรณ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สรีรํ ได้แก่ พระบรมสารีริกธาตุ.
บทว่า โหหิติ แปลว่า จักเป็น. บทว่า สมุยฺยุโต โดยความว่า ขวนขวาย
โดยชอบ คือ กระวีกระวาด.
เทวบุตรตอบเนื้อความที่พระเถระถามอย่างนี้แล้วไหว้พระเถระ ทำ
ประทักษิณ ลาบิดามารดาแล้วขึ้นรถกลับไปเทวโลกตามเดิม.
แม้พระเถระก็ได้ทำเนื้อความนั้น ให้เป็นอัตถุปปัตติเหตุเกิดเรื่อง

517
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 518 (เล่ม 48)

กล่าวธรรมีกถาโดยพิสดารแก่บริษัทที่ประชุมกัน ธรรนกถานั้นได้เป็น
ประโยชน์แก่มหาชน ครั้งนั้น พระเถระได้บอกเรื่องทั้งหมดนั้น แก่
พระธรรมสังคาหกาจารย์ทั้งหลาย ในคราวปฐมสังคายนา โดยทำนองที่
ตนและเทวบุตรพูดกันนั่นเทียว พระธรรมสังคาหกาจารย์เหล่านั้นได้ยก
เรื่องนั้นขึ้นสู่สังคายนา อย่างนั้นแล.
จบอรรถกถาจูฬรถวิมาน
๑๔. มหารถวิมาน
ว่าด้วยมหารถวิมาน
พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทวบุตรว่า
[๖๔] ท่านขึ้นรถม้างดงามมิใช่น้อยคันนี้ เทียม
ด้วยม้าพันหนึ่ง เข้ามาใกล้พื้นที่อุทยาน รุ่งเรืองดัง
ท้าววาสวะผู้ให้ทานในก่อน ผู้เป็นเจ้าแห่งเทวดา
ทูบรถทั้งสองของท่านก็ล้วนแล้วด้วยทอง ประกอบ
ด้วยแผ่นทองสองข้างสนิทดี มีลูกกรงจัดไว้ได้ระเบียบ
เรียบร้อย เหมือนนายช่างพากเพียรบรรจงจัด โชติ-
วงดุจพระจันทร์ในวันเพ็ญ รถคันนี้คลุมด้วยข่าย
ทอง วิจิตรด้วยรัตนะต่าง ๆ เป็นอันมาก เอิกอึง
น่าเพลิดเพลินดี มีรัศมีรุ้งร่วง โชติช่วงด้วยหมู่เทพ

518
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 519 (เล่ม 48)

ผู้ถือพัดจามร อนึ่ง ดุมรถเหล่านี้ประดับตรงกลาง
ระหว่างล้อรถ อันจิตจัดเนรมิต วิจิตรไปด้วยลาย
ร้อยลาย พร่างพรายดังสายฟ้าแลบ รถคันนี้ดาดาษ
ด้วยลวดลายวิจิตรมิใช่น้อย กงใหญ่มีรัศมีตั้งพัน
เสียงของกงเหล่านั้นฟังไพเราะ ดุจดนตรีเครื่องห้าที่
เขาประโคม ที่งอนรถงดงามตกแต่งด้วยดวงจันทร์
แก้วมณี วิจิตร บริสุทธิ์ ผุดผ่องทุกเมื่อ ประกอบ
ด้วยลายทองเนียนสนิท โสภิตล้ำลายแก้วไพฑูรย์
ม้าเหล่านี้ผูกสอด แล้วด้วยดวงจันทร์แก้วมณีสูงใหญ่
ว่องไว อุปมาได้ดังผู้เติบใหญ่มีอำนาจมาก ร่างใหญ่
มีกำลัง เร็วมาก รู้ใจของท่าน วิ่งไปได้รวดเร็วดัง
ใจนึก ม้าทั้งหมดนี้อดทน ก้าวไปด้วยเท้าทั้ง ๔ รู้ใจ
ของท่าน วิ่งไปได้รวดเร็วดังใจนึก เป็นม้าอ่อนโอน
ไม่ลำพอง วิ่งเรียบ ทำใจผู้ขับขี่ให้เบิกบาน เป็นยอด
ของม้าทั้งหลาย ผูกสอดเครื่องประดับที่ทำดีแล้ว
บางครั้งสะบัดขน บางครั้งก็วิ่งเหยาะย่างไปด้วยเท้า
บางครั้งก็เหาะไป เสียงของม้าเหล่านั้น ฟังไพเราะ
ดุจดนตรีเครื่องห้าที่เขาประโคม เสียงรถ เสียงเครื่อง
ประดับ เสียงกีบม้า เสียงร้องคำรน และเสียงเทพผู้
บรรเลงฟังไพเราะดี ดุจดนตรีของคนธรรพ์ในสวน
จิตรลดา.
เหล่าอัปสรที่ยืนอยู่บนรถ มีดวงตาอ่อนดัง

519
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 520 (เล่ม 48)

ลูกตาเนื้อทราย มีขนตาดก มีรอยยิ้มจากดวงหน้า
พูดจาน่ารัก คลุมด้วยข่ายแก้วไพฑูรย์ มีผิวละเอียด
อันคนธรรพ์และเทวดาผู้เลิศบูชาทุกเมื่อทีเดียว อัปสร
เหล่านั้นนุ่งห่มผ้าแดงและผ้าเหลืองน่ายินดี มีเนตร
ไพศาล มีดวงตาอ่อนน่ารักยิ่ง เป็นผู้ดีมีสกุล มีองค์
งาม สรวลเสียงใส อัปสรทั้งหลายยืนประนมมือ
เด่นอยู่บนรถ เธอเหล่านั้นสวมทองต้นแขน แต่ง
องค์ดี เอวส่วนกลางงาม มีขาและถันสมบูรณ์ นิ้ว
มือกลม หน้าสวยน่าชม อัปสรพวกอื่น ๆ ที่ยินประ-
นมมือเด่นอยู่บนรถ มีช้องผมงาม เป็นสาวรุ่น ๆ มี
ผมสอดแซมด้วยแก้วทับทิมและดอกไม้ จัดลอนผม
เรียบร้อยมีประกาย อัปสรเหล่านั้นมีกิริยาเรียบร้อย
มีใจยินดีต่อท่าน เหล่าอัปสรที่ยืนประนมมือเด่นอยู่
บนรถ มีดอกไม้กรองบนศีรษะ คลุมด้วยดอกปทุม
และดอกอุบล ตกแต่งแล้ว ลูบไล้ด้วยแก่นจันทน์
อัปสรเหล่านั้นมีกิริยาเรียบร้อย มีใจยินดีต่อท่าน
เหล่าอัปสรที่ยืนประนมมือเด่นอยู่บนรถเหล่านั้น สวม
พวงมาลัย คลุมด้วยดอกปทุมและดอกอุบล ตกแต่ง
แล้ว ลูบไล้ด้วยแก่นจันทน์ อัปสรเหล่านั้นมีกิริยา
เรียบร้อย มีใจยินดีต่อท่าน เหล่าอัปสรที่ยินประนม
มือเด่นอยู่บนรถ ส่องแสงสว่างไปทั่วสิบทิศ ด้วย
เครื่องประดับที่คอ ที่มือ ที่เท้า และที่ศีรษะ เหมือน

520
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 521 (เล่ม 48)

ดวงอาทิตย์ในสารทกาล กำลังอุทัยขึ้นมา ดอกไม้
และเครื่องประดับที่แขนทั้งสอง ไหวพริ้วเพราะแรง
ลม ก็เปล่งเสียงกังวานไพเราะเพราะจับใจ อันวิญญู
ชนทุกคนพึงฟัง ดูราท่านจอมเทพ รถ ช้าง (ม้า )
และดนตรีทั้งหลายที่อยู่สองข้างพื้นอุทยาน ส่งเสียง
ทำให้ท่านบันเทิงใจ ดุจพิณทั้งหลายมีรางและคันถือ
ที่ปรับไว้เรียบร้อย อันนักดีดพิณบรรเลงอยู่ ย่อมทำ
ชนผู้ฟังให้บันเทิงฉะนั้น เมื่อพิณเป็นอันมากเหล่านี้
มีเสียงไพเราะเจริญใจ อันอัปสรทั้งหลายบรรเลงอยู่
สนิทสนมกลมกลืนซาบซึ้งตรึงใจ เหล่าเทพกัญญา
ผู้ชำนาญศิลป์ พากันฟ้อนรำขับร้องอยู่ในดอกปทุม
ทั้งหลาย เมื่อใดการขับร้องการประโคมและการ
ฟ้อนรำเหล่านี้ ผสมผสานเป็นอันเดียวกัน เมื่อนั้น
อัปสรพวกหนึ่งก็ฟ้อนรำอยู่ในรถของท่านนี้.
อีกพวกหนึ่งซึ่งเป็นเทพกัญญาชั้นสูง ก็ส่อง
รัศมีอยู่สองข้างในรถของท่านนั้น ท่านอันหมู่ดนตรี
ปลุกให้ตื่น บันเทิงใจ อันทวยเทพทั้งหลายบูชาอยู่
ดุจท้าวสักกะผู้ทรงวชิราวุธ เมื่อพิณเป็นอันมากเหล่า
นี้มีเสียงไพเราะเจริญใจ ซาบซึ้งตรึงใจ อันอัปสร
บรรเลงอยู่ เมื่อก่อนท่านทำกรรมอะไรไว้ด้วยตนเอง
ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ท่านได้รักษาอุโบสถ
หรือว่าได้ชอบใจการประพฤติธรรม และการสมาทาน

521