บทว่า ปาสาทิกํ แปลว่า นำมาซึ่งความเลื่อมใส. อธิบายว่า
เป็นผู้ทำความเลื่อมใสให้เจริญยิ่งขึ้น เพราะความถึงพร้อมด้วยความงาม
แห่งพระสรีระของพระองค์อันประดับประดาด้วยพระมหาปุริสลักษณะ ๓๒
พระอนุพยัญชนะ ๘๐ พระรัศมีข้างละวา และพระเกตุมาลาที่ก่อให้เกิด
ความเลื่อมใสทั่วไป เป็นของให้สำเร็จประโยชน์สำหรับชนผู้ขวนขวายจะ
ดูพระรูปกาย. บทว่า ปาสาทนิยํ คือ ทรงประกอบด้วยพระธรรมกาย
สมบัติอันพรั่งพร้อมด้วยพระคุณอันหาประมาณมิได้ คือทศพลญาณ จตุ-
เวสารัชชญาณ อสาธารณญาณ ๖ และเป็นแดนเกิดแห่งพระพุทธธรรม
อันประเสริฐ ๑๘ ประการที่ชนผู้เห็นสมจะพึงเลื่อมใส. อธิบายว่า เป็นที่
ตั้งแห่งความเลื่อมใส. บทว่า วนา คือ หลีกออกจากป่าคือกิเลส. บทว่า
นิพฺพนมาคตํ คือ เข้าถึง ได้แก่บรรลุธรรมที่ปราศจากตัณหา คือนิพพาน
นั่นเอง. บทว่า ยาทิสกีทิโส คือ คนธรรมดาสามัญ อธิบายว่า คนทั่ว ๆไป.
พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า มีพระอินทรีย์อันทรงคุ้มครองแล้ว
เพราะพระอินทรีย์ทั้งหลายมีใจเป็นที่ ๖ พระองค์ทรงคุ้มครองได้แล้วด้วย
มรรคอันยอดเยี่ยม. ทรงพระนามว่า ยินดีในฌาน เพราะทรงยินดียิ่งใน
ผลฌานอันเลิศ. ทรงพระนามว่า มีพระทัยไม่วอกแวกไปภายนอก
เพราะทรงมีพระทัยหลีกออกจากอารมณ์มีรูปเป็นต้น อันเป็นภายนอก
แล้วหยั่งลงในพระนิพพานอันเป็นอารมณ์ภายใน. ทรงพระนามว่า เป็นที่
หวาดหวั่นของมิจฉาทิฏฐิกบุคคลผู้น่ากลัว เพราะอันมิจฉาทิฏฐิกบุคคลผู้
มีความหลงผิดด้วยกลัวจะถูกปลดเปลื้องจากการถือผิด และเพราะให้เกิด
ความกลัวแก่เขาเหล่านั้น. ทรงพระนามว่า หาผู้เข้าใกล้ได้ยาก เพราะอัน
บุคคลผู้ประโยควิบัติและอาสยวิบัติเข้าถึงไม่ได้ และอันใคร ๆ จะพึงเข้าใกล้