ไม่ครอบงำแล้ว บทว่า โอสาเนเตฺวว พฺยารุทฺเธ ทิสฺวา เม อรตึ อหุ
เราไม่ได้มีความยินดี เพราะได้เห็นสัตว์ทั้งหลายผู้อันทุกข์มีชราเป็นต้นกระทบ
แล้วในที่สุด คือ เรามิได้มีความยินดี เพราะเห็นสัตว์ทั้งหลายผู้อันทุกข์มีชรา
เป็นต้นกระทบแล้ว ถึงความพินาศไปในที่สุด แห่งความเป็นหนุ่มสาวเป็นต้น
นั้นเอง. บทว่า อเถตฺถ สลฺลํ คือ เราได้เป็นกิเลสดุจลูกศรมีราคะเป็นต้น
ในสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้. บทว่า หทยนิสฺสิตํ อันอาศัยหทัย คือ อันอาศัยจิต.
หากมีคำถามว่า กิเลสดุจลูกศรมีอานุภาพอย่างไร พึงทราบคาถาว่า เยน
สลฺเลน โอติณฺโณ สัตว์ถูกกิเลสดุจลูกศรเสียบติดแล้ว.
บทว่า ทิสา สพฺพา วิธาวติ สัตว์ย่อมแล่นไปยังทิศทั้งปวง คือ
สัตว์ย่อมแล่นไปยังทิศคือความทุจริตทั้งปวงบ้าง ยังทิศบูรพาเป็นต้นบ้าง.
บทว่า ตเมว สลฺลํ อพฺพุยฺห น ธาวติ น สีทติ คือ บัณฑิตถอนกิเลส
ดุจลูกศรนั้นแลออกเสียได้ ย่อมไม่แล่นไปยังทิศและไม่จมลงในโอฆะ ๔. เมื่อ
มนุษย์ทั้งหลายถูกกิเลสดุจลูกศรอันมีอานุภาพมากเสียบอย่างนี้แล้ว พึงทราบ
คาถาว่า ตตฺถ สิกฺขานุคียนฺติ ยานิ โลเก คธิตานิ หมู่มนุษย์ย่อมพากัน
เล่าเรียนศิลปะ เพื่อให้ได้อารมณ์ที่น่ายินดีในโลก.
บทนั้นมีความดังนี้ กามคุณ ๕ ใดในโลก ท่านเรียกว่า คธิตานิ
ยินดี เพราะอรรถว่า ย่อมปรารถนาเพื่อจะได้คืน หรือเพราะเสพตลอดกาลนาน
หรือเพราะกล่าวเล่าเรียนศิลปะหลายแขนงมีศิลปะการฝึกช้างเป็นต้นอันเป็น
เครื่องหมายในกามคุณเหล่านั้น ท่านทั้งหลายจะเถิด โลกนี้มัวเมากันเพียงไร
กุลบุตรผู้เป็นบัณฑิต ไม่พึงขวนขวายในอารมณ์ที่น่ายินดีเหล่านั้น หรือใน
ศิลปะเหล่านั้น พึงเบื่อหน่ายกามทั้งหลายโดยประการทั้งปวง ด้วยการเห็น
ลักษณะมีลักษณะไม่เทียงเป็นต้นโดยถ่องแท้ พึงศึกษานิพพานเพื่อตนเถิด.