เพราะเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายย่อมลุ่มหลงในกามคุณนี้ เป็นผู้หยั่งลงใน
กามคุณเหล่านั้น ด้วยบทนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงเครื่องผูกภายนอก.
บทว่า ทูเร วิเวกา หิ ตถาวิโธ โส ความว่า นรชนเห็นปานนั้น
เป็นผู้ไกลจากวิเวก ๓ มีกายวิเวกเป็นต้น. เพราะเหตุไร. เพราะกามทั้งหลาย
ในโลกไม่ใช่ละได้โดยง่ายเลย. ท่านอธิบายว่า เพราะกามทั้งหลายในโลกเป็น
สิ่งที่จะพึงละได้โดยง่ายมิได้มี.
พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงยกตัวอย่างให้เห็นว่า นรชนเห็นปานนั้นแล
เป็นผู้ห่างไกลจากวิเวก ในคาถาต้นอย่างนี้แล้ว เมื่อจะทรงทำให้แจ้งถึงธรรมดา
ของสัตว์ทั้งหลายเห็นปานนั้นอีก จึงตรัสคาถาว่า อิจฺฉานิทานา กามคุณทั้ง
หลายมีความปรารถนาเป็นเหตุ ดังนี้เป็นต้น.
ในบทเหล่านั้น บทว่า อิจฺฉานิทานา คือมีตัณหาเป็นเหตุ. บทว่า
ภวสาตพนฺธา เนื่องด้วยความยินดีในภพ คือเนื่องด้วยความยินดีในภพมีสุข
เวทนาเป็นต้น. บทว่า เต ทุปฺปมุญฺจา สัตว์เหล่านั้นอันคนอื่นเปลื้องออก
ให้ไม่ได้เลย คือธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความยินดีในภพเหล่านั้น หรือสัตว์
ทั้งหลายมีความปรารถนาเป็นเหตุเนื่องด้วยความยินดีในภพนั้นเหล่านั้นเปลื้อง
ออกได้โดยยาก. บทว่า น หิ อญฺญโมกฺขา คือคนอื่นไม่สามารถจะเปลื้อง
ออกให้ได้. อีกอย่างหนึ่ง คำนี้เป็นคำแสดงการณะว่า สัตว์เหล่านั้นเป็นผู้
เปลื้องออกได้ยาก. เพราะเหตุไร. เพราะคนอื่นไม่พึงเปลื้องออกได้ ผิว่าคน
อื่นพึงเปลื้องออกได้ ก็พึงเปลื้องได้ด้วยกำลังของตนเอง นี้เป็นอธิบายของ
บทว่า น หิ อญฺญโมกฺขา นั้น . บทว่า ปจฺฉา ปุเร วาปิ อเปกฺข-
มานา คือนรชนทั้งหลายหวังกามทั้งหลาย ในอนาคตบ้าง ในอดีตบ้าง.
บทว่า อิเมว กาเม ปุริเมว ชปฺปํ คร่ำครวญถึงกามเหล่านี้ที่เคยมีมาแล้ว