ไม่ให้จิตเศร้าหมองเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เวลาเป็นปุถุชน. เป็นความจริงดังนั้น สาวก
รูปเดียวเท่านั้นของพระพุทธเจ้าพระองค์เดียวย่อมทำได้และทำให้เกิดได้.
พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อทรงแสดงถึงความที่ปฏิปทาของมุนีทำได้ยาก
และทำให้ยินดีได้ยาก มีพระประสงค์จะให้นาลกดาบสเกิดอุตสาหะ จึงตรัส
โมเนยยปฏิปทาแก่นาลกดาบสว่า หนฺท เต นํ ปวกฺขามิ สนฺถมฺภสฺสุ ทฬฺ-
โห ภว เอาเถิด เราจะบอกปฏิปทาของมุนีนั้นแก่เธอ เธอจงช่วยเหลือตน
จงเป็นผู้มั่นคงเถิด.
ในบทเหล่านั้น บทว่า หนฺท เป็นนิบาตลงในอรรถบอกความเตือน.
บทว่า เต นํ ปวกฺขามิ ได้แก่ เราจะบอกปฏิปทาของมุนีนั้นแก่เธอ.
บทว่า สนฺถมฺภสฺสุ คือ เธอจงช่วยเหลือตนด้วยการทำให้เกิดความเพียร
สามารถทำสิ่งที่บุคคลทำได้ยาก. บทว่า ทฬฺโห ภว คือเธอจงเป็นผู้มั่นคง
เพราะมีความเพียรไม่ย่อหย่อน สามารถอดกลั้นต่อการทำให้เกิดความยินดี
ได้ยาก. ท่านอธิบายไว้ว่า เพราะเธอได้สะสมบุญไว้มาก ฉะนั้น เราจะเป็น
ผู้เตือน จะบอกปฏิปทาของมุนีนั้นที่บุคคลทำได้ยาก แม้ทำให้เกิดความยินดี
ได้ยากแก่เธอ เธอจงเป็นผู้ช่วยเหลือตน จงเป็นผู้มั่นคงเถิด.
พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระประสงค์จะตรัสปฏิปทาของมุนีอันเป็นเครื่อง
ขัดเกลาอย่างยิ่งอย่างนี้ จึงทรงชักชวนนาลกดาบสในการช่วยตน และในความ
เป็นผู้มั่นคง เมื่อจะทรงแสดงการละกิเลสอันเข้าไปผูกพันกับชาวบ้าน จึงตรัส
คาถากึ่งคาถาว่า สมานภาคํ ให้เสมอกัน. ในบทเหล่านั้นบทว่า สมานภาคํ
และบทว่า สมภาคํ เป็นอย่างเดียวกัน ไม่ต่างกัน. บทว่า อกฺกุฏฺฐวนฺทิตํ
ได้แก่ การด่าและการไหว้.