เหล่าหนึ่ง ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ
นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ก็สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นแล เราตถาคต
ยกย่องว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะและยกย่องว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์
และท่านเหล่านั้นย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งผลต่อความเป็นสมณะ และผลคือความ
เป็นพราหมณ์ด้วยปัญญาอันยิ่งในปัจจุบันเข้าถึงอยู่.
สมณพราหมณ์เหล่าใด ไม่รู้ชัดซึ่ง
ทุกข์ เหตุเกิดแห่งทุกข์ ธรรมชาติเป็นที่
ดับทุกข์ ไม่มีส่วนเหลือโดยประการทั้งปวง
และไม่รู้ชัดซึ่งมรรคอันให้ถึงความสงบ
แห่งทุกข์ สมณพราหมณ์เหล่านั้น เสื่อม
แล้วจากเจโตวิมุตติและจากปัญญาวิมุตติ
เป็นผู้ไม่ควรเพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์ได้
สมณพราหมณ์เหล่านั้นแล เป็นผู้เข้าถึง
ชาติและชรา ส่วนสมณพราหมณ์เหล่าใด
รู้ชัดซึ่งทุกข์ เหตุเกิดแห่งทุกข์ ธรรมซาติ
เป็นที่ดับแห่งทุกข์ ไม่มีส่วนเหลือโดย
ประการทั้งปวง และรู้ซัดซึ่งมรรคอันให้ถึง
ความสงบแห่งทุกข์ สมณพราหมณ์เหล่า
นั้น ถึงพร้อมด้วยเจโตวิมุตติและปัญญา-
วิมุตติ เป็นผู้ควรเพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์ได้
สมณพราหมณ์เหล่านั้นเป็นผู้ไม่เข้าถึงชาติ
และชรา.
จบสมณสูตรที่ ๔