ทรงละทิฏฐานุสัยและมานานุสัยได้แล้วโดยประการทั้งปวง ไม่ทรงแล่นเลย
สมัญญา ทรงยังธรรมให้ประดิษฐานอยู่ในสันดานของเวไนยสัตว์โดยไม่ขัด-
ขวางกับสมญาโลก ทรงปฏิญญาว่า คุณเช่นนั้นมีอยู่ในพระองค์อย่างครบถ้วน
จึงตรัสว่า เราตถาคตมี. บทว่า พฺราหฺมโณ มีความว่า ชื่อว่า พราหมณ์
เพราะลอยบาปแล้ว และเพราะพูดถึงพระพรหม. ก็ในพระดำรัสนี้มีอธิบาย
ดังนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราเป็นพราหมณ์โดยปรมัตถ์. เพราะพระผู้มี
พระภาคเจ้าทรงถึงฝั่งแห่งการสมาทานวัตร มีทานและสัญญมะเป็นต้น ซึ่ง
บริบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวง ด้วยการประพฤติตปะไม่มีเหลือ ทรงอยู่จบพรหม-
จรรย์แล้วด้วยดีทีเดียว ทรงถึงที่สุดแห่งเวททั้งหมด ทรงมีวิชชาและจรณะ
บริสุทธิ์ดีแล้ว ทรงล้างมลทิน คือบาปได้โดยประการทั้งปวง ตรัสถึง คือตรัส
บอกพระพรหม กล่าวคืออริยมรรคอันยอดเยี่ยม และทรงประกาศศาสน-
พรหมจรรย์อันบริสุทธิ์ดีแล้ว ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า พระองค์ ชื่อว่า เป็น
พราหมณ์โดยปรมัตถ์ เพราะทรงลอยบาปได้แล้ว โดยประการทั้งปวง และ
เพราะตรัสถึง คือ ตรัสบอกพระพรหม (แก่ผู้อื่น).
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงประกาศความเป็นพราหมณ์อันยอด-
เยี่ยมของพระองค์ ในโลกกับทั้งเทวโลกอย่างนี้แล้ว เพื่อจะทรงแสดงว่ากรรม ๖
มีทานเป็นต้น ที่พราหมณ์บัญญัติไว้สำหรับพราหมณ์ ซึ่งบริสุทธิ์ดี มีอยู่ใน
พระองค์อย่างอุกฤษฏ์ จึงตรัสคำว่า ยาจโยโค เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยาจโยโค ได้แก่ ทรงประกอบด้วย
ภาวะที่ควรแก่ผู้ขอ. ชนเหล่าใด ขอ เหตุนั้น ชนเหล่านั้น ชื่อว่า ยาจะ.
ก็ในที่นี้ ผู้ขอเหล่านั้น พึงทราบว่า ได้แก่เวไนยสัตว์. อธิบายว่า ผู้ขอเหล่านั้น
เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วทูลขอให้ทรงแสดงธรรมว่า ข้าแต่พระองค์-