กัลยาณศีลเป็นต้น ดังนั้น ข้อนี้ จึงเป็นความชอบใจของพวกเราทั้งหลาย
เพราะว่า โดยวิภาคแห่งธรรมแล้ว นี้เป็นปุคคลวิภาค มิใช่ธรรมวิภาค.
พระนิพพาน อันสงัดจากสังขตธรรมทุกอย่าง พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัส เรียกว่า ล้วน ๆ ในบทว่า เกวลี นี้ เพราะไม่มีอะไร ๆ เจือปน ชื่อว่า
เป็นพระอรหันต์ล้วน ๆ เพราะท่านบรรลุพระนิพพานแล้ว. อีกอย่างหนึ่ง
ชื่อว่า เป็นพระอรหัต อย่างเดียว เพราะบริบูรณ์ด้วยปหานภาวนา และบริบูรณ์
ด้วยธรรมอันหาโทษมิได้ เป็นปริโยสาน และเพราะมีความสุขอันเจริญตา
เจริญใจ เพราะมีความงามอยู่ในตัว ชื่อว่า พระขีณาสพล้วน ๆ เพราะได้
บรรลุพระอรหัตนั้น. ชื่อว่า อยู่จบพรหมจรรย์ เพราะอยู่จบมรรคพรหมจรรย์
คือยังมรรคพรหมจรรย์ ให้สำเร็จตั้งอยู่แล้ว. ภิกษุที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส
เรียกว่าอุตตมบุรุษ (บุรุษสูงสุด) เพราะประกอบไปด้วย อเสกขธรรม ที่สูงสุด
หรือยอดเยี่ยม.
ถามว่า ในบทว่า สีลวา นี้ ชื่อว่าศีล ด้วยอรรถว่าอะไร ? ตอบว่า
ชื่อว่า ศีล ด้วยอรรถว่า ปกติ. ถามว่า ที่ชื่อว่า ปกติ เป็นอย่างไร ?
ตอบว่า ได้แก่ สมาธาน (ความตั้งมั่น) อธิบายว่า ได้แก่ ความ
เป็นผู้มีกายกรรมเป็นต้น เรียบร้อย ด้วยสามารถแห่งความเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์.
อีกอย่างหนึ่ง ได้แก่ การเข้าไปทรงไว้ อธิบายว่า ได้แก่ ภาวะที่เข้าไป
ทรงไว้ ด้วยสามารถแห่งการดำรงไว้ซึ่งกุศลธรรม มีฌานเป็นต้น เพราะฉะนั้น
ชื่อว่า ศีล เพราะตั้งมั่นหรือเพราะรองรับไว้. นี้ ว่าด้วยอรรถแห่งศีล โดย
นัยแห่งลักษณะของศัพท์ก่อน. ส่วนอาจารย์พวกอื่นพรรณนาความโดยนัยแห่ง
นิรุกติว่า สีลัฏฐะ มีสิระเป็นอรรถ สีลัฏฐะ มีสีตละเป็นอรรถ สีลัฏฐะ