สมาธิ เพราะมีสมาธิอันเป็นธรรมเอก คือประเสริฐที่สุดผุดขึ้น. ชื่อว่า
เอโกทิภูโต เพราะมีสมาธิอันเป็นธรรมเอกผุดขึ้น. พึงเห็นคำอันเป็นบท
แห่งภูตศัพท์ ในบทนี้ ดุจบทแห่งศัพท์ว่า อคฺคิอาหิตาทิ ไฟถูกจุดแล้ว . อีก
อย่างหนึ่ง ชื่อว่า เอโกทิภูโต เพราะเป็นธรรมเอกผุดขึ้นคือถึงแล้ว. ใน
บทว่า เอโกทิ นี้ ท่านประสงค์เอาสมาธิอันเลิศ. ก็ในบทว่า สมาหิโต นี้
ได้แก่ วิปัสสนาสมาธิ พร้อมด้วยสมาธิอันมีฌานเป็นบาท. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า
กาเลน คือโดยกาลแทงตลอดมรรค. บทว่า สมฺมา ธมฺมํ ปริวีมํสมาโน
ได้แก่ พิจารณาจตุสัจจธรรม ด้วยปริญญาภิสมัย (การตรัสรู้ด้วยการกำหนดรู้)
เป็นต้นโดยชอบ คือ ตรัสรู้ด้วยเอกาภิสมัย (ตรัสรู้ธรรมเป็นเอก). บทว่า
เอโกทิภูโต ได้แก่ ชื่อว่า เอโกทิ เพราะเป็นธรรมเอก คือประเสริฐ
ไม่มีธรรมร่วมผุดขึ้น. ทำกิจ ๔ ให้สำเร็จ คือตั้งไว้โดยชอบ. ธรรมนั้นเป็น
ธรรมเอกผุดขึ้นแล้ว. บททั้งปวงเช่นกับบทก่อนนั่นเอง. บทว่า วิหเน ตมํ
โส ได้แก่ พระอริยสาวกผู้เป็นอย่างนี้นั้นพึงกำจัด คือพึงตัดความมืด คือ
อวิชชา ด้วยอรหัตมรรคโดยไม่เหลือ.
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงความที่การปฏิบัติไม่เป็นโมฆะ
ด้วยประการฉะนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อทรงชี้ชวนให้มั่นคงในข้อนั้น จึงตรัสคาถา
สุดท้ายว่า ตสฺมา หเว ดังนี้.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ตสฺมา ความว่า เพราะการเจริญสมถะและ
วิปัสสนาของผู้ตื่นอยู่ ด้วยการไม่อยู่ปราศจากสติเป็นต้น ย่อมถึงความบริบูรณ์
อริยมรรคย่อมปรากฏโดยลำดับ จากนั้นวัฏภัยทั้งหมดย่อมไม่มีแก่ภิกษุนั้น.
บทว่า หเว คือ มั่นคงโดยส่วนเดียว. บทว่า ภเชถ แปลว่า พึงคบ.
อธิบายว่า ภิกษุคบธรรมเป็นเครื่องตื่นอยู่อย่างนี้ และประกอบด้วยคุณ มี