ความเพียร มีโอตตัปปะ ควรเพื่อจะตรัสรู้ ควรเพื่อนิพพาน ควรเพื่อจะ
บรรลุธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะชั้นเยี่ยม ดังนี้.
ในคาถาทั้งหลาย มีอธิบายดังต่อไปนี้. บทว่า กุสีโต ความว่า ชื่อว่า
กุสีตะ เพราะจม พัวพัน เกี่ยวข้องด้วยธรรมอันลามกซึ่งน่าเกลียดได้แก่กาม-
วิตก พยาบาทวิตกและวิหิงสาวิตก เพราะมากไปด้วยมิจฉาทิฏฐิ. หรือซ่าน
ไปสู่ความน่าเกลียด พ้นไปจากการปฏิบัติชอบ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า กุสีตะ
แปลง ท อักษรเป็น ต อักษร. บทว่า หีนวีริโย ได้แก่ ไม่มีความเพียร
คือ เว้นจากการทำความเพียรในอิริยาบถ ๔. เป็นผู้มากไปด้วยถีนมิทธะ
(ความง่วงเหงาหาวนอน) เพราะถีนะอันเป็นความเกียจคร้านทางจิต มีสภาพ
หงอยเหงาเพราะไร้ความอุตสาหะ และมิทธะอันเป็นความเกียจคร้านทางกาย
ไม่มีความองอาจ มีความคับแค้น เป็นสภาวะเป็นไปบ่อย ๆ. ชื่อว่า ไม่มีหิริ
เพราะไม่มีหิริอันมีลักษณะเกลียดความชั่ว และเพราะประกอบด้วยความไม่มี
หิริอันเป็นปฏิปักษ์ต่อหิรินั้น. ชื่อว่าไม่เอื้อเฟื้อ เพราะไม่มีความเอื้อเฟื้อใน
การปฏิบัติชอบ เพราะไม่มีหิริ โอตตัปปะ วิริยะ. อนึ่ง ชื่อว่าไม่เอื้อเฟื้อ
เพราะไม่การทำกิริยาสองอย่าง โดยธรรมและบุคคลแม้โดยไม่มีหิริและ
โอตตัปปะทั้งสองอย่าง. บทว่า ผุฏฺฐุํ คือ เพื่อถูกต้อง. บทว่า สมฺโพธิ-
มุตฺตมํ ความว่า ไม่ควรเพื่อบรรลุพระอรหัตอันสูงสุด กล่าวคือสัมโพธิญาณ.
บทว่า สติมา ได้แก่ มีสติโดยประโยคกอบด้วยสติปัฏฐาน ๔ พร้อม
กับมีความจำดี สามารถระลึกถึงสิ่งที่ทำ คำที่พูดไว้นานแล้วได้. บทว่า นิปโก
ได้แก่ มีปัญญารักษาตน เพราะประกอบด้วยความเฉลียวฉลาด กล่าวคือ
รู้สึกตัวในฐานะ ๗ อย่าง และกล่าวคือเข้าใจการรักษากรรมฐาน. บทว่า
ฌายี ได้แก่ มีฌานด้วยฌาน ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิชฌาน (การเพ่ง