ธรรมเหล่านั้นเป็นเหตุให้เดือดร้อน จึงตรัสว่า บุคคลนั้นย่อมเดือดร้อนว่า
เราไม่ได้ทำกรรมดีดังนี้บ้าง ย่อมเตือนว่า เราทำแต่บาปดังนี้บ้าง ด้วยประการ
ฉะนี้.
อธิบายว่า เขาย่อมเดือดร้อน ย่อมเดือดร้อนในภายหลัง ย่อมเศร้า
โศกในภายหลัง ดังนี้.
ในคาถาทั้งหลายพึงทราบความดังต่อไปนี้. ชื่อว่า ทุจริต เพราะ
ประพฤติน่าเกลียด หรือประพฤติความชั่วเพราะเน่าด้วยกิเลส. ประพฤติชั่ว
ทางกาย หรือประพฤติชั่วเป็นไปทางกาย ชื่อว่า กายทุจริต. แม้วจีทุจริต
มโนทุจริต ก็พึงเห็นอย่างนี้. อนึ่ง กายทุจริตเป็นต้นเหล่านี้ ท่านประสงค์
เอากรรมบถ. บทว่า ยญฺจญฺญํ โทสสณฺหิตํ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส
หมายถึง อกุศลกรรมอันไม่ถึงเป็นกรรมบถ. บทนั้นมีอธิบายดังต่อไปนี้
และอกุศลกรรมอย่างอื่น ย่อมนับว่าเป็นกายกรรมเป็นต้น ไม่ได้โดยตรงเพราะ
ยังไม่ถึงความเป็นกรรมบถ ชื่อว่าประกอบด้วยโทษ เพราะเกี่ยวข้องกับกิเลส
มีราคะเป็นต้น กระทำอกุศลกรรมแม้นั้น.
บทว่า นิรยํ ได้แก่ทุคติแม้ทั้งหมดที่ได้ชื่อว่า นรก เพราะอรรถว่า
ไม่มีความยินดี หรือเพราะอรรถว่าไม่มีความพอใจ หรือนิรยทุกข์ในสุคติทั้ง
หมดเพราะห้ามสุข คือ ความเจริญ. พึงเห็นความในบทนี้อย่างนี้ว่า บุคคล
นั้น คือ บุคคลเช่นนั้นย่อมเข้าถึงเช่นนี้.
อนึ่ง ในสูตรนี้ ควรกล่าวถึงเรื่องของบุคคลเหล่านี้ คือ นันทโคฆาตกะ
สองพี่น้อง คนหนึ่งชื่อ นันทยักษ์ คนหนึ่งชื่อ นันทมาณพ โดยเป็นเหตุที่ให้
เดือดร้อน เพราะกายทุจริต.
เรื่องมีอยู่ว่า สองพี่น้องนั้นฆ่าแม่โคแล้วแบ่งเนื้อออกเป็นสองส่วน.
แต่นั้นคนน้องพูดกะคนพี่ว่า ฉันมีลูกมาก พี่จงให้ไส้ใหญ่เหล่าเหล่านี้แก่ฉันเถิด.