การแก้บทในคาถานี้อย่างนี้. ในบทว่า ทิฏฺเฐ ธมฺเม จ โย อตฺโถ ประโยชน์
ในปัจจุบัน ได้แก่ประโยชน์ของคฤหัสถ์ก่อน คือกรรมอันไม่มีโทษ ประโยชน์
ที่คฤหัสถ์ควรจะได้มีวิธีประกอบกสิกรรม และโครักขกรรมเป็นต้น ดังที่
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้แล้ว โดยนัยมีอาทิว่า อนากุลา จ กมิมนฺตา
การงานไม่อากูล ดังนี้. ส่วนของบรรพชิต พึงทราบว่าได้แก่ประโยชน์ มี
ความไม่เดือดร้อนเป็นต้น. ส่วนบทว่า โย จตฺโถ สมฺปรายิโก ประโยชน์
ในสัมปรายภพ พึงทราบว่า ท่านกล่าวถึงการประพฤติธรรมของทั้งสองฝ่าย
คือ ทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิต. บทว่า อตฺถาภิสมยา ได้แก่ เพราะได้
ประโยชน์ คือประโยชน์เกื้อกูลแม้ทั้งสอง. การได้ชื่อว่า สมยะ เพราะร่วมกัน
เกี่ยวข้องกัน ประชุมกัน ด้วยสิ่งที่ควรได้. สมยะนั่นแล คือ อภิสมยะ หรือ
สมยะชื่อว่า อภิสมยะ เพราะความมีหน้าเข้าหากัน . พึงทราบอรรถแห่งบท
ในที่นี้ ดังนี้. ชื่อว่า ธีโร เพราะเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญา. อนึ่ง ในที่นี้
พึงทราบการสงเคราะห์แม้พระนิพพานอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ด้วยอัตถ
ศัพท์. บทที่เหลือชัดดีแล้วทั้งนั้น.
ในสูตรนี้ ท่านกล่าวถึงวัฏสมบัติอย่างเดียว ด้วยประการฉะนี้ ส่วนใน
คาถาพึงเห็นการสงเคราะห์ซึ่งวิวัฏด้วย. จริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า
อปฺปมาโท อมตํปทํ ปมาโท มจฺจุโน ปทํ
อปฺปมตฺตา น มียนฺติ เย ปมตฺตา ยถา มตา
เอตํ วิเสสโต ญตฺวา อปฺปมาทมฺหิ ปณฺฑิตา
อปฺปมาเท ปโมทนฺติ อริยานํ โคจเร รตา
ความไม่ประมาทเป็นทางแห่งความ
ไม่ตาย ความประมาทเป็นทางแห่งความ
ตาย ผู้ไม่ประมาทย่อมไม่ตาย คนประมาท