พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 581 (เล่ม 44)

ประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เพราะ
ถูกมารเข้าดลจิต.
[๑๒๙] ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกะท่านพระอานนท์
ว่า ดูก่อนอานนท์ เธอจงไปเถิด เธอสำคัญกาลอันควรในบัดนี้เถิด ท่าน
พระอานนท์ทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ลุกจากอาสนะ ถวายบังคม
พระผู้มีพระภาคเจ้า กระทำประทักษิณแล้ว นั่งอยู่ที่โคนต้นไม้ต้นหนึ่ง
ในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาคเจ้า.
[๑๓๐] ลำดับนั้นแล เมื่อท่านพระอานนท์หลีกไปแล้วไม่นาน มาร
ผู้มีบาปเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วน
ข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
บัดนี้ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จปรินิพพานเถิด ขอพระสุคตเจ้าเสด็จ
ปรินิพพานเถิด บัดนี้ เป็นกาลควรปรินิพพานของพระผู้มีพระภาคเจ้า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพระดำรัสนี้ไว้ว่า ดูก่อน
มารผู้มีบาป ภิกษุผู้เป็นสาวกของเรา จักยังเป็นผู้ไม่ฉลาด ไม่ได้รับแนะนำ
ไม่ถึงความแกล้วกล้า ยังไม่ถึงความเกษมจากโยคะ ยังไม่เป็นพหูสูต
ไม่ทรงธรรม ไม่ปฏิบัติชอบ ไม่ประพฤติตามธรรม ไม่เรียนอาจริยวาท
ของตนแล้ว บอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก กระทำให้ง่าย
แสดงธรรมมีปาฏิหาริย์ย่ำยีด้วยดีซึ่งปรัปปวาทที่เกิดขึ้นแล้วโดยชอบธรรม
ไม่ได้เพียงใด เราจักยังไม่ปรินิพพานเพียงนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ก็บัดนี้ ภิกษุสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้ฉลาดได้รับแนะนำแล้ว
ถึงความเป็นผู้แกล้วกล้าแล้ว ถึงความเกษมจากโยคะ เป็นพหูสูต ทรง
ธรรม ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบ ประพฤติตามธรรม
เรียนอาจริยวาทของตนแล้ว บอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก

581
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 582 (เล่ม 44)

กระทำให้ง่าย ย่อมแสดงธรรมมีปาฏิหาริย์ย่ำยีด้วยดีซึ่งปรัปปวาทที่เกิดขึ้น
แล้วโดยชอบธรรม ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บัดนี้ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้า
เสด็จปรินิพพานเถิด ขอพระสุคตเจ้าเสด็จปรินิพพานเถิด บัดนี้เป็นกาล
ควรปรินิพพานของพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มี-
พระภาคเจ้าตรัสพระดำรัสนี้ไว้ว่า ดูก่อนมารผู้มีบาป ภิกษุณีสาวิกาของ
เรา . . .อุบาสกสาวกของเรา . . . อุบาสิกาสาวิกาของเราจักยังเป็นผู้ไม่ฉลาด
ไม่ได้รับแนะนำดีแล้ว ยังไม่ถึงความแกล้วกล้า ยังไม่ถึงความเกษมจาก
โยคะ ไม่ทรงธรรม ไม่เป็นพหูสูต ยังไม่ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม
ไม่ปฏิบัติชอบ ยังไม่ประพฤติตามธรรม ไม่เรียนอาจริยวาทของตนแล้ว
บอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก จักกระทำให้ง่าย แสดง
ธรรมมีปาฏิหาริย์ย่ำยีด้วยดีซึ่งปรัปปวาทที่บังเกิดขึ้นแล้วโดยชอบธรรม ไม่
ได้เพียงใด เราจักยังไม่ปรินิพพานเพียงนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็บัดนี้
อุบาสิกาสาวิกาของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ฉลาด ได้รับแนะนำดีแล้ว
ถึงความแกล้วกล้า ถึงความเกษมจากโยคะ ทรงธรรม เป็นพหูสูต
ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบ ประพฤติตามธรรม เรียน
อาจริยวาทของตนแล้ว บอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก
ย่อมกระทำให้ง่าย แสดงธรรมมีปาฏิหาริย์ย่ำยีด้วยดีซึ่งปรัปปวาทที่เกิดขึ้น
แล้วโดยชอบธรรม ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บัดนี้ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้า
เสด็จปรินิพพานเถิด ขอพระสุคตเจ้าเสด็จปรินิพพานเถิด บัดนี้เป็นกาล
ควรปรินิพานของพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็พระผู้มี-
พระภาคเจ้าตรัสพระดำรัสนี้ไว้ว่า ดูก่อนมารผู้มีบาป พรหมจรรย์ของเรา
นี้จักยังไม่เจริญ แพร่หลาย กว้างขวาง คนส่วนมากยังไม่รู้ทั่วถึง ยังไม่

582
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 583 (เล่ม 44)

แน่นหนา เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายยังไม่ประกาศดีแล้วเพียงใด เราจัก
ไม่ปรินิพพานเพียงนั้น บัดนี้ พรหมจรรย์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าเจริญ
แพร่หลาย กว้างขวาง คนส่วนมากรู้ทั่วถึง แน่นหนา เทวดาและมนุษย์
ทั้งหลายประกาศดีแล้ว ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บัดนี้ ขอพระผู้มีพระภาค-
เจ้าเสด็จปรินิพพานเถิด ขอพระสุคตเจ้าเสด็จปรินิพพานเถิด บัดนี้เป็น
กาลควรปรินิพพานของพระผู้มีพระภาคเจ้า.
[๑๒๑] เมื่อมารกราบทูลอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัส
กะมารผู้มีบาปนั้นว่า ดูก่อนมารผู้มีบาป ท่านจงเป็นผู้ขวนขวายน้อยเถิด
ไม่นานนักตถาคตจักปรินิพพาน แต่นี้ล่วงไป ๓ เดือน ตถาคตจัก
ปรินิพพาน ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระสติสัมปชัญญะทรงปลง
อายุสังขาร ณ ปาวาลเจดีย์ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปลงอายุสังขารแล้ว
แผ่นดินใหญ่หวั่นไหว น่าพึงกลัว โลมชาติชูชัน และกลองทิพย์ก็
บันลือลั่น.
ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว จึงทรง
เปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า
มุนีได้ปลงเครื่องปรุงแต่งภพอันเป็นเหตุสมภพ
ทั้งที่ชั่งได้และชั่งไม่ได้ ยินดีแล้วในภายใน มีจิต
ตั้งมั่น ไม่ทำลายกิเลสที่เกิดในตน เหมือนทหาร
ทำลายเกราะฉะนั้น.
จบอายุสมโอสัชชนสูตรที่ ๑

583
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 584 (เล่ม 44)

ชัจจันธวรรควรรณนาที่ ๖
อรรถกถาอายุสมโอสัชชนสูตร
ชัจจันธวรรค อายุสมโอสัชชนสูตรที่ ๑ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บทมีอาทิว่า เวสาลิยํ มีอรรถดังกล่าวแล้วในหนหลังนั้นแล. บทว่า
เวสาสึ ปิณฺฑาย ปาวิสิ ความว่า พระองค์เสด็จเข้าไปในกาลไร ? ใน
กาลที่เสด็จออกจากอุกกาเจลวิหาร แล้วเสด็จไปยังกรุงเวสาลี.
ความพิสดารว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงจำพรรษา ณ เวลุวคามแล้ว
เสด็จออกจากเวลุวคามนั้น ถึงกรุงสาวัตถี โดยลำดับแล้ว ประทับอยู่ใน
พระเชตวัน. ในกาลนั้น พระธรรมเสนาบดี ตรวจดูอายุสังขารของตน
รู้ว่า จักเป็นไปได้เพียง ๗ วันเท่านั้น จึงขออนุญาตพระผู้มีพระภาคเจ้า
ไปยังนาลกคาม ให้มารดาดำรงอยู่ในโสดาปัตติผลแล้วปรินิพพานในที่
นั้น. พระศาสดาทรงถือเอาพระธาตุของพระธรรมเสนาบดี ที่พระจุนทะ
นำมาแล้วให้สร้างเจดีย์เป็นที่บรรจุพระธาตุ แวดล้อมไปด้วยภิกษุสงฆ์หมู่
ใหญ่ ได้เสด็จไปยังกรุงราชคฤห์. ในกาลเสด็จไปยังกรุงราชคฤห์นั้น ท่าน
พระมหาโมคคัลลานะปรินิพพานแล้ว. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงถือเอา
พระธาตุของท่านพระมหาโมคคัลลานะแม้นั้นแล้ว ให้สร้างเป็นเจดีย์แล้ว
เสด็จออกจากกรุงราชคฤห์ เสด็จไปยังอุกกาเจลวิหาร ตามลำดับ. ในที่
นั้น แวดล้อมไปด้วยภิกษุสงฆ์ ประทับนั่ง ณ ฝั่งแม่น้ำคงคา แสดงธรรม
อันเกี่ยวเนื่องด้วยปรินิพพานของพระอัครสาวกทั้ง ๒ ออกจากอุกกาเจล-
วิหารแล้ว เสด็จไปยังกรุงเวสาลี. พระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จไปอย่างนั้น
ท่านจึงกล่าวว่า ในเวลาเช้า พระองค์ทรงนุ่งแล้ว ถือบาตรและจีวร
เสด็จไปบิณฑบาตยังกรุงเวลาลี. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อุกฺกาเจลโต

584
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 585 (เล่ม 44)

นิกฺขมิตฺวา เวสาลิคตกาเล ดังนี้เป็นต้น.
ในบทว่า นิสีทนํ นี้ ท่านประสงค์เอาท่อนหนัง. บทว่า ปาวาล-
เจติยํ ความว่า สถานที่ที่ยักษ์ชื่อว่าปาวาละอาศัยอยู่ในครั้งก่อน ปรากฏ
ว่า ปาวาลเจดีย์. แม้วิหารที่เขาสร้างถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า ในที่นั้น
เขาก็เรียกว่าปาวาลเจดีย์ โดยคำอันดาษดื่น. แม้ในบทมีอาทิอย่างนี้ว่า
อุเทนเจติยํ ก็นัยนี้เหมือนกัน. บทว่า สตฺตมฺพํ ความว่า ได้ยินว่า พระ-
ราชกุมารี ๗ พระองค์พระธิดาของพระเจ้ากาสี ทรงพระนามว่า กิกิ เกิด
ความสังเวชเสด็จออกจากกรุงราชคฤห์ เริ่มตั้งความเพียรในที่ใด ที่นั้น
ชนทั้งหลายพากันเรียกว่า สัตตัมพเจดีย์. บทว่า พหุปุตฺตํ ความว่า พวก
มนุษย์เป็นอันมาก ปรารถนาบุตรกะเทวดาผู้สิ่งอยู่ที่ต้นไทรต้นหนึ่ง ซึ่ง
มีย่านไทรมากเพราะอาศัยเหตุนั้น สถานที่นั้น จึงปรากฏว่า พหุปุตต-
เจดีย์. บทว่า สารนฺทํ ได้แก่ สถานที่ที่ยักษ์ชื่อว่า สารันทะอาศัยอยู่.
ดังนั้น สถานที่ทั้งหมดนั้นนั่นแล เขาเรียกโดยโวหารว่า เจดีย์ เพราะ
เทวดาครอบครองอยู่ก่อนพุทธกาล. แม้เมื่อสร้างวิหารถวายพระผู้มีพระ-
ภาคเจ้า ชนทั้งหลายก็ยังจำได้อย่างนั้นเหมือนกัน. ในบทว่า รมณียา นี้
พึงทราบว่า กรุงเวสาลี เป็นที่น่ารื่นรมย์ เพราะสมบูรณ์ด้วยภูมิภาคพรั่ง-
พร้อมด้วยบุคคล มีปัจจัยหาได้ง่ายเป็นอันดับแรก. ส่วนวิหารทั้งหลายพึง
ทราบว่า เป็นที่น่ารื่นรมย์ เพราะไม่ไกลไม่ใกล้นักจากพระนคร สมบูรณ์
ด้วยคมนาคม เพราะเป็นสถานที่อยู่ไม่เกลื่อนกล่น สมบูรณ์ด้วยร่มเงา
และน้ำ และเป็นสถานที่สมควรแก่ความสงัด. อรรถแห่งบทว่าอิทธิบาท
ในบทว่า จตฺตาโร อิทฺธิปาทา นี้ ท่านกล่าวไว้แล้วในหนหลังแล. บทว่า
ภาวิตา แปลว่า ได้เจริญแล้ว. บทว่า พหุลีกตา ได้แก่ ทำบ่อย ๆ.

585
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 586 (เล่ม 44)

บทว่า ยานีกตา ได้แก่ กระทำให้เป็นดุจยานที่เทียมแล้ว. บทว่า วตฺถุกตา
ได้แก่ กระทำให้เป็นดุจวัตถุ เพราะอรรถว่าเป็นที่ตั้งอาศัย. บทว่า
อนุฏฺฐิตา แปลว่า ตั้งมั่นไว้แล้ว. บทว่า ปริจิตา ได้แก่ สั่งสมโดยรอบ
คือ เจริญด้วยดี. บทว่า สฺสมารทฺธา ได้แก่ ปรารภด้วยดี คือให้สำเร็จ
โดยชอบอย่างยิ่ง.
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงโดยไม่กำหนดด้วยประการดังนี้
แล้ว เมื่อจะกำหนดแสดงอีก จึงตรัสคำมีอาทิว่า ตถาคตสฺส โข ดังนี้.
ก็ในบทเหล่านี้ บทว่า กปฺปํ ได้แก่ อายุกัป. บทว่า ติฏฺเฐยฺย
ได้แก่ พึงดำรงอยู่ คือ พึงทรงไว้ซึ่งประมาณแห่งอายุของมนุษย์ในกาลนั้น
ให้บริบูรณ์. บทว่า กปฺปาวเสสํ วา ความว่า ยิ่งกว่าร้อยปี ที่กล่าวว่า
อปฺปํ วา ภิยฺโย ดังนี้เป็นต้น.
ฝ่ายพระมหาสิวเถระกล่าวว่า ขึ้นชื่อว่าเสียงอันกระหึ่ม ในที่อันไม่
ควร ย่อมไม่มีแก่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย เหมือนอย่างว่า ทรงข่มเวทนา
ปางตาย ที่เกิดขึ้นในเวลุวคาม ตลอด ๑๐ เดือน ฉันใด ก็ทรงเข้า
สมาบัตินั้นบ่อย ๆ แล้ว ข่มไว้ได้ (ถึง ๑๐ เดือน) พึงดำรงอยู่ตลอด
ภัททกัปนี้ ฉันนั้น. ถามว่า ก็เพราะเหตุไร จึงไม่ดำรงอยู่ ? ตอบว่า
เพราะขึ้นชื่อว่า ร่างกายอันมีใจครอง ถูกทุกขเวทนามีฟันหักเป็นต้นเข้า
ครอบงำ ส่วนพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ไม่ถึงภาวะแห่งทุกขเวทนามีฟันหัก
เป็นต้น ย่อมปรินิพพานเฉพาะในเวลาที่ชนเป็นอันมาก พากันรักใคร่
ชอบใจ ในสวนแห่งพระชนมายุส่วนที่ ๕ ก็เมื่อพระอัครสาวก และ
พระมหาสาวกผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า ปรินิพพานแล้ว จะพึงดำรงอยู่
พระองค์เดียวไม่มีบริวารหรือมีภิกษุหนุ่มและสามเณรเป็นบริวารก็ตาม ต่อ

586
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 587 (เล่ม 44)

แต่นั้น พึงถึงความเป็นผู้ถูกดูหมิ่นว่า น่าสลดใจ บริษัทของพระพุทธเจ้า
ทั้งหลาย เพราะฉะนั้น จึงไม่ดำรงอยู่. แม้เมื่อท่านกล่าวอย่างนั้น แต่
พระองค์ก็ถูกเรียกว่า ไม่ดำรงอยู่. คำว่า อายุกปฺโป นี้แหละ ท่านกำหนด
ไว้ในอรรถกถา.
บทว่า โอฬาริเก นิมิตฺเต ได้แก่ ให้สัญญาหยาบเกิดขึ้น. จริงอยู่
การให้สัญญาหยาบเกิดขึ้นนี้ คือการอ้อนวอนการดำรงอยู่ตลอดกัปทั้งสิ้น
ว่า ขอพระผู้มีพระภาคเจ้า จงดำรงอยู่ตลอดกัป คือเป็นการประกาศ
ความเป็นผู้สามารถตั้งอยู่ตลอดกัป ด้วยอานุภาพแห่งการเจริญอิทธิบาท ๔
ของตน โดยการอ้างข้ออื่น โดยนัยมีอาทิว่า ดูก่อนอานนท์ อิทธิบาท ๔
อันผู้ใดผู้หนึ่งอบรมแล้ว ดังนี้. บทว่า โอภาเส คือ ในพระดำรัส
ที่ปรากฏ. จริงอยู่ พระดำรัสที่ปรากฏนี้ คือ การละคำปริยายโดยอ้อมแล้ว
จึงทรงประกาศความประสงค์ของพระองค์ โดยทรงทีเดียว.
บทว่า พหุชนหิตาย ได้แก่ เพื่อประโยชน์แก่มหาชน. บทว่า
พหุชนสุขาย ได้แก่ เพื่อความสุขแก่มหาชน. บทว่า โลกนุกมฺปาย
ได้แก่ เพราะอาศัยความอนุเคราะห์แก่สัตวโลก. แก่สัตวโลกไหนบ้าง ?
คือ แก่ผู้ที่สดับพระธรรมเทศนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วแทงตลอด คือ
ดื่มน้ำอมฤต. จริงอยู่ พรหม ๑๘ โกฏิ มีพระอัญญาโกณฑัญญะเป็นหัว
หน้า แทงตลอดธรรมด้วยเทศนาธัมมจักกัปปวัตตนสูตรของพระผู้มี-
พระภาคเจ้า. สัตว์ผู้แทงตลอดธรรมจนกระทั่งแนะนำสุภัททปริพาชก
ด้วยประการอย่างนี้ นับไม่ได้. เหล่าสัตว์ผู้ได้ตรัสรู้ในเวลาที่ทรงแสดง
พระสูตรทั้ง ๔ เหล่านี้ คือมหาสมยสูตร มงคลสูตร จูฬราหุโลวาทสูตร
และสมจิตตสูตร ไม่มีเขตกำหนด. สถานที่เกิดมีแก่พระผู้มีพระภาคเจ้า

587
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 588 (เล่ม 44)

เพื่อทรงอนุเคราะห์สัตวโลกหาปริมาณมิได้. นี้ท่านกล่าวโดยประสงค์ว่า
แม้ในอนาคตก็จักมีอย่างนี้. บทว่า เทวมนุสฺสานํ ความว่า สถานที่ย่อม
มีแก่พระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข เฉพาะแก่เทวดาและ
มนุษย์อย่างเดียวเท่านั้นก็หาไม่ แม้แก่สัตว์ที่เหลือมีนาคและครุฑเป็นต้นก็
มี. ก็เพื่อจะแสดงภพบุคคลผู้ถือปฏิสนธิที่มีเหตุ โดยทำให้แจ้งมรรค
และผลจึงตรัสไว้แล้วอย่างนั้น อธิบายว่า เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาค-
เจ้า จึงทรงพระชนม์อยู่ เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข
แม้แก่สัตว์เหล่าอื่น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อตฺถาย ได้แก่ เพื่อ
ประโยชน์แก่สมบัติ ในโลกนี้. บทว่า หิตาย ได้แก่ เพื่อประโยชน์
เกื้อกูลอันเป็นเหตุแห่งสมบัติในโลกหน้า. บทว่า สุขาย ได้แก่ เพื่อ
ประโยชน์แก่ความสุขในพระนิพพาน. ก็ศัพท์ว่า หิต และ สุข สำนวน
แรก พึงทราบโดยทั่วไปแก่หิตสุขทั้งปวง.
บทว่า ตํ ในบทว่า ยถาตํ มาเรน ปริยฏฺฐิตฺโต นี้ เป็นเพียง
นิบาต อธิบายว่า ปุถุชนบางคนแม้อื่น ผู้ถูกมารเข้าดลจิต คือ ถูกมาร
ครอบงำจิต ไม่อาจจะรู้แจ้งได้ ฉันใด พระอานนท์ก็ฉันนั้นเหมือนกัน
ไม่อาจจะรู้แจ้งได้. จริงอยู่ มารย่อมครอบงำจิต ของผู้ที่ยังละวิปลาสบาง
อย่างยังไม่ได้. ส่วนในบุคคลผู้ยังละวิปลาส ๑๒ อย่างโดยประการทั้งปวง
ยังไม่ได้ ไม่จำต้องกล่าวถึงเลย. เพราะพระเถระละวิปลาส ๔ ยังไม่ได้
ฉะนั้น จิตของท่านจึงถูกมารครอบงำ. ถามว่า กุมารเมื่อจะครอบงำจิต
ทำอย่างไร ? ตอบว่า แสดงรูปารมณ์ที่น่ากลัว หรือให้ได้ยินสัททารมณ์
ที่น่ากลัว. ต่อแต่นั้น สัตว์ทั้งหลาย ได้เห็นหรือว่าได้ยินอารมณ์ที่น่ากลัว
นั้นแล้ว ปล่อยสติ ( ตกตะลึง) อ้าปาก. มารสอดมือเข้าไปทางปากของสัตว์

588
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 589 (เล่ม 44)

เหล่านั้น แล้วบีบหัวใจ. แต่นั้น สัตว์ก็ถึงวิสัญญีสลบลง. ส่วนมารจัก
สามารถสอดมือเข้าไปทางปากของพระเถระได้อย่างไร แต่แสดงอารมณ์ที่
น่ากลัวได้. พระเถระครั้นได้เห็นดังนั้นแล้ว จึงไม่รู้แจ้งนิมิตโอภาส.
พระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ทรงทราบอยู่แล เพื่อประโยชน์อะไร จึงตรัสเรียก
ถึง ๓ ครั้ง ? คือต่อไปข้างหน้า เพื่อกระทำความเศร้าโศกให้เบาบาง โดย
ยกโทษขึ้นว่า ข้อนั้นเป็นการทำไม่ดีของท่าน ข้อนั้นเป็นความผิดของ
ท่าน ในเมื่อท่านอ้อนวอนว่า ขอพระผู้มีพระภาคเจ้า จงทรงพระชนม์
อยู่เถิดพระเจ้าข้า จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเห็นว่า อานนท์นี้
มีใจสนิทในเราอย่างเหลือเกิน ต่อไปข้างหน้า เธอได้ฟังเหตุแผ่นดินไหว
และการปลงอายุสังขาร จักอาราธนาให้เราดำรงอยู่ตลอดกาลนาน เมื่อเป็น
เช่นนั้น เราจักให้โทษตกลงบนศีรษะของเธอเท่านั้นว่า เพราะอะไร เธอ
จึงไม่ขอเสียก่อนเล่า. ก็เพราะโทษของตน สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่เดือดร้อน
เช่นนั้น เพราะเหตุนั้น ความเศร้าโศกของเธอก็จักเบาบาง.
บทว่า คจฺฉ ตฺวํ อานนฺท ความว่า เพราะเหตุที่ท่านมาในที่นี้
เพื่อพักผ่อนตอนกลางวัน ฉะนั้น ไปเถอะอานนท์ ไปยังสถานที่ตามที่
ชอบใจ เพื่อพักผ่อนกลางวัน. ด้วยเหตุนั้นนั่นแล พระองค์จึงตรัสว่า
เธอจงสำคัญกาลอันสมควรแก่กรณียกิจบัดนี้เถิด ดังนี้เป็นต้น.
ในบทว่า มาโร ปาปิมา นี้ มีวิเคราะห์ดังต่อไปนี้ ชื่อว่า มาร
เพราะประกอบเหล่าสัตว์ไว้ในความฉิบหาย ทำให้ตาย. บทว่า ปาปิมา
นี้เป็นไวพจน์ของบทว่า มาร นั้นนั่นแล. จริงอยู่ มารนั้น ท่านเรียกว่า
ปาปิมา เพราะประกอบด้วยธรรมฝ่ายชั่ว. บทว่า ภาสิตา โข ปเนสา
ความว่า จริงอยู่ มารนี้ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ที่ต้นอชปาล-

589
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 590 (เล่ม 44)

นิโครธผ่านไป ๗ วัน ณ โพธิมณฑล ธิดาทั้งหลายของตน พากันมาถูก
กำจัดความปรารถนาเสียแล้วก็พากันไป มารนี้คิดว่า อุบายนี้ใช้ได้จึงมา
กล่าวว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์บำเพ็ญบารมีมาเพื่อประโยชน์
ใด ประโยชน์นั้นพระองค์บรรลุแล้วโดยลำดับ สัพพัญญุตญาณ พระ-
องค์ก็ตรัสรู้แล้ว พระองค์จะมีประโยชน์อะไร ด้วยการอยู่ในโลก ดังนี้
แล้วจึงทูลอาราธนาว่า ขอพระผู้มีพระภาคเจ้า จงปรินิพพาน ณ บัดนี้
เถิด พระเจ้าข้า เหมือนกับในวันนี้เหมือนกัน. ฝ่ายพระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสห้ามมารนั้นมีอาทิว่า เรายังไม่นิพพานก่อน ดังนี้ ซึ่งท่านหมายกล่าว
ไว้ในบัดนี้ว่า ภาสิตา โข ปน ดังนี้เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิยตฺตา ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ โดยการ
บรรลุอริยมรรค. บทว่า วินีตา ได้แก่ ผู้ได้รับการแนะนำ โดยการ
กำจัดกิเลสอย่างนั้นนั่นแล. บทว่า วิสารทา ได้แก่ ผู้ถึงความแกล้วกล้า
เพราะการละทิฏฐิและวิจิกิจฉาเป็นต้น อันกระทำความกำหนัด. บทว่า
พหุสฺสุตา ความว่า ชื่อว่า เป็นพหูสูต เพราะมีพระพุทธพจน์ อัน
สดับแล้วมาก ด้วยอำนาจปิฎก ๓. ชื่อว่า ธรรมธรา เพราะทรงไว้ซึ่ง
ธรรมนั้นนั่นแล. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า พหุสฺสุตา ได้แก่ เพราะมี
พระปริยัติอันสดับแล้วมาก และเพราะมีปฏิเวธอันสดับแล้วมาก. พึงทราบ
อรรถในบทว่า ธมฺมธรา นี้ แม้ด้วยอาการอย่างนี้ว่า ชื่อว่าธรรมธรา
เพราะทรงไว้ซึ่งพระปริยัติธรรม และปฏิเวธธรรม. บทว่า ธมฺมานุ-
ธมฺมปฏิปนฺนา ได้แก่ ผู้ปฏิบัติวิปัสสนาธรรม อันเป็นธรรมสมควรแก่
อริยธรรม. บทว่า สามีจิปฏิปนฺนา ได้แก่ ผู้ปฏิบัติปฏิปทาอันสืบ ๆ กันมา
โดยวิสุทธิ อันสมควรแก่ญาณทัสสนวิสุทธิ. บทว่า อนุธมฺมจาริโน

590