ผู้กล่าววาจาไพเราะ โสณกุฏิกัณณะเป็นเลิศ. บทว่า อตฺถสฺส วิญฺญาปนิยา
ความว่า ด้วยวาจาอันสามารถ เพื่อให้รู้แจ้งอรรถตามที่ประสงค์.
บทว่า กติวสฺโส ความว่า ได้ยินว่า เธอดำรงอยู่ ในส่วนที่ ๓ แห่ง
มัชฌิมวัย สมบูรณ์ด้วยอากัปปกิริยาแท้ ย่อมปรากฏแก่ชนเหล่าอื่น เหมือน
บรรพชิตผู้บวชนาน ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถาม หมายถึงท่าน.
อาจารย์บางพวกกล่าวว่า ข้อนั้นไม่ใช่เหตุ เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านสมควร
เพื่อจะเสวยสุขอันเกิดแต่สมาธิ แต่เพราะเหตุไร เธอจึงถึงความประมาท
ตลอดกาลเพียงเท่านี้ เพราะเหตุนั้น เพื่อจะประกอบความนี้อีก พระศาสดา
จึงตรัสถามท่านว่า เธอมีพรรษาเท่าไร ? ด้วยเหตุนั้นนั่นแล พระผู้มี-
พระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ภิกษุ เธอกระทำชักช้าอยู่อย่างนี้ เพราะเหตุไร.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กิสฺส แปลว่า เพราะเหตุไร. บทว่า
เอวํ จิรํ อกาสิ แปลว่า ประพฤติช้าอยู่อย่างนี้ อธิบายว่า เพราะเหตุไร
เธอจึงไม่เข้าถึงบรรพชา อยู่ในท่ามกลางเรือนเสียนานถึงอย่างนี้. บทว่า
จิรํ ทิฏฺโฐ เม ได้แก่ ข้าพระองค์ได้เห็นโทษในกามทั้งหลายมานาน คือ
โดยกาลนาน. บทว่า กาเมสุ ได้แก่ ในกิเลสกาม และวัตถุกาม. บทว่า
อาทีนโว แปลว่า โทษ บทว่า อปิจ ความว่า แม้เมื่อข้าพระองค์เห็น
โทษในกามทั้งหลาย โดยประการบางอย่าง ข้าพระองค์ก็ไม่สามารถเพื่อ
จะออกจากการครองเรือนก่อน. เพราะเหตุไร ? เพราะการครองเรือน
คับแคบ คือภาวะแห่งการครองเรือนมีกิจใหญ่กิจน้อย สูง ๆ ต่ำ ๆ เข้ามา
พัวพัน. ด้วยเหตุนั้นนั่นแล ท่านจึงกล่าวว่า พหุกิจฺโจ พหุกรณีโย มีกิจ
มาก มีกรณียะมาก ดังนี้เป็นต้น.