ผู้ไม่มีศีล อธิบายว่า ผู้เว้นจากศีล. บทว่า ปาปธมฺมํ ได้แก่ ผู้มีธรรม
อันลามกเป็นสภาวะ เพราะเป็นผู้มีอัธยาศัยเลว เหตุเป็นผู้ทุศีลนั่นเอง.
บทว่า อสุจึ ได้แก่ ชื่อว่า ผู้ไม่สะอาด เพราะประกอบด้วยกายกรรม
เป็นต้นอันไม่บริสุทธิ์. บทว่า สงฺกสฺสรสมาจารํ ความว่า ชื่อว่า ผู้มี
สมาจารอันพึงระลึกโดยความรังเกียจ เพราะคนอื่นเห็นกรรมอันไม่สมควร
บางอย่างแล้วรังเกียจอย่างนี้ว่า นี้ชะรอยว่าจักเป็นกรรมอันผู้นี้กระทำ
แล้ว. อีกอย่างหนึ่ง เพราะได้เห็นภิกษุทั้งหลายปรึกษากันด้วยกรณียกิจ
บางอย่าง ผู้มีสมาจารอันพึงระลึกด้วยความรังเกียจของตนเองว่า ภิกษุ
เหล่านี้ รู้กรรมที่เราทำ จึงปรึกษากันกระมังหนอ.
ชื่อว่า ผู้มีการงานซ่อนเร้น เพราะเธอมีการงานปิดบังไว้ โดย
กระทำกรรมที่พึงปกปิด เหตุเป็นกรรมที่พึงละอาย. ชื่อว่า ผู้ไม่ใช่เป็น
สมณะ เพราะไม่ใช่สมณะ เหตุทรงไว้ซึ่งเพศแห่งสมณะอันน่าเกลียด.
ชื่อว่า ผู้ปฏิญญาว่าเป็นสมณะ ในการนับว่า สมณะมีจำนวนเท่าไร ใน
การจับฉลากเป็นต้น และในการปฏิญญาผิด ๆ ว่า แม้เราก็เป็นสมณะ.
ชื่อว่า ผู้ไม่ใช่พรหมจารี เพราะเป็นผู้มีความประพฤติไม่ประเสริฐ. ชื่อว่า
ผู้ปฏิญญาว่าเป็นพรหมจารี เพราะผู้ไม่เป็นพรหมจารี เห็นเพื่อน
พรหมจารีเหล่าอื่นผู้นุ่งห่มเรียบร้อย อุ้มบาตรเรียบร้อย กำลังเที่ยว
บิณฑบาตในคามและนิคมเป็นต้นเลี้ยงชีพ แม้ตนเองก็ปฏิบัติโดยอาการ
เช่นนั้น และปรากฏในวันอุโบสถเป็นต้น เป็นเหมือนให้ปฏิญญาว่า
แม้เราก็เป็นพรหมจารี. ชื่อว่า ผู้เน่าใน เพราะกรรมเสียคือศีลวิบัติเข้า
อยู่ในภายใน. ชื่อว่า ผู้อันราคะรั่วรด เพราะชุ่มด้วยกิเลสเป็นเครื่องไหล
ออกมามีราคะเป็นต้นทางทวาร ๖. ชื่อว่า ผู้เป็นดุจหยากเยื่อ เพราะ